| เกี่ยวกับเรา
โฉมหน้าทีมงานเดสทินี  คลิกที่นี่คะ  
กว่าจะมาเป็น เดสทินี ทราเวล เซอร์วิส...
การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ที่ได้มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าส่วนมากแล้ว ไม่ได้มีเจตนาเดินทางเพื่อารท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่เพื่อการค้าขาย การแสวงหาดินแดนหรือทรัพยากร เผยแพร่ศาสนาหรือแม้แต่เพื่อเหตุผลทางการเมืองก็ตามที แต่บันทึกการเดินทางเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่สร้างความตื่นตะลึงของสถานที่ ผู้คน และวิถีชีวิตในแง่มุมที่แปลกใหม่ ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน เป็นการจุดประกายให้ผู้คนได้ตื่นตัวเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากยิ่งขึ้นจน พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ขยายตัวมากขึ้น จนหลายๆท่านกล่าวว่า การท่องเที่ยวได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ไปเสียแล้ว
มาร์โค โปโล (ค.ศ.1254-1324)
| มาร์โค โปโล เป็นลูกพ่อค้าชาวเมืองเวนิส ได้เดินทางโดยทางบก ที่เรียกกันว่าทางสายไหม ไปถึงประเทศจีนเมื่อประมาณ ค.ศ.1271 นับเป็นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นใหับชาวยุโรปในยุคนั้น เป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการเดินทาง มาร์โคโปโล ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเห็นอย่างละเอียด เช่น เรื่องราวของเมืองแบกแดด ศูนย์กลางการค้าขายของชาวอาหรับ การเดินทางข้ามเขาฮินดูกูส และทะเลทรายไปยังแผ่นดินมองโกล เข้าไปในราชสำนึกของกุบไลข่าน ซึ่งครอบครองจีนอยู่ในขณะนั้น เขาได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์มากมาย เขาได้บันทึกว่า ผู้คนใช้กระดาษแทนเงินตรา ใช้ถ่านหินก่อกองไฟแทนฟืน การพิมพ์หนังสือด้วยตัวไม้ ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ของชาวยุโรปในยุคนั้น |
 |
 |
มา ร์โค โปโล ได้เข้าทำงานในราชสำนัก และถูกส่งไปดูแลเมืองต่างๆหลายเมืองในประเทศจีน จากการเดินทางไปทั่วประเทศจีน ทำให้เขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาร้อยเรียงไว้ในหนังสือ อิลมันลิโอเน (Il Milione) หรือ หนังสือบันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโล ซึ่งทำให้เขาได้รับการยกย่องไว้ในประวัติศาสตร์โลกว่าเป็นนักเดินทางผู้ยิ่ง ใหญ่
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (ค.ศ. 1451 - 1506)
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นนักเดินทางและนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งค้นพบทวีปอเมริกา แต่ตลอดชีวิตของเขา กลับเข้าใจว่าแผ่นดินที่เขาค้นพบนั้น เป็นประเทศอินเดีย
 |
ช่วงระหว่างปี ค.ศ.1492 มีเสียงร่ำลือถึงดินแดนมหัศจรรย์อันไกลโพ้น ทำให้โคลัมบัส หนุ่มนักเดินเรือชาวโปรตุเกสใฝ่ฝันเดินทางไปให้ถึง ครั้งแรก เขาได้เข้าไปเสนอแผนการต่อกษัตริย์โปรตุเกส แต่ทว่าได้รับการปฏิเสธพร้อมปรามาสว่าเป็นไปไม่ได้อีกด้วย เขาจึงเสนอแผนการนี้ ต่อพระเจ้าเฟอร์ดินันด์และพระนางอิสซาเบลล่าแห่งสเปน จนกระทั่งได้รับพระราชทานเรือ 3 ลำพร้อมลูกเรือ และได้เริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ.1492 มุ่งสู่ทิศตะวันตก โดยหวังว่าจะพบกับประเทศอินเดีย และประเทศจีน พร้อมกับความหวังว่าจะนำเอาเครื่องเทศและผ้าไหมกลับสู่ประเทศสเปน จนกระทั่งในวันที่ 12 ตุลาคม ในปีเดัยวกัน โคลัมบัสก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลก เขาแล่นเรือมาถึงเกาะบาฮามาส (Bahamas) ทางทิศตะวันออกของฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน และได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า "ซาน ซัลวาดอร์" (San Salvador) โดยเข้าใจผิดว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของทวีปเอเชีย จากนั้น ได้เดินทางต่อไปยังคิวบา ฮิสปานิโอลา เปอร์โตริโก จาเมกา ตรินิแดด เวเนซูเอลา และคอคอดปานามา นี่เป็นสาเหตุให้มีการกำหนดให้วันที่ 12 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลองทั่วทวีปอเมริกาเพื่อเป็นเกียรติต่อเขา และเรียกขานวันนี้ว่า "วันโคลัมบัส" |
พระถังซัมจั๋ง หรือ สมณะเสวียนจั้ง (ค.ศ.602 - 664)
พระถังซัมจั๋ง มีนามเดิมว่า เฉินเหว่ย บ้านเดิมอยู่ที่อำเภอเอียนซือ มณฑลเหอหนัน มีชีวิตอยู่ในช่วงรัชสมัยราชวงศ์สุย เข้าบวชเรียนเมื่ออายุ 13 ปี ครั้นอายุได้ 20 ปี ได้บำเพ็ญศีลอย่างเคร่งครัด เป็นพระนักธุดง คือเดินทางสัญจรหาที่สงบเงียบเพื่อปฏิบัติธรรม ท่านเดินธุดงค์ไปตามแม่น้ำแยงซีเกียง เรื่อยไปจนถึงมณฑลหูเป่ย หูหนัน เจียงซี เจียงซู เจ่อเจียง เหอหนันและเหอเป่ย เป็นการเดินทางที่ไกลและกินพื้นที่มากกว่าครึ่งของประเทศจีน โดยตั้งเจตนาว่าจะค้นหาพระสัทธรรมที่ถูกต้องจริงแท้ แต่จากการได้ศึกษาค้นคว้าเล่าเรียนจากอาจารย์หลายๆท่าน ยังพบความหลากหลายแตกต่าง หาได้เป็นธรรมะที่ค้นหาไม่ จึงดำริที่จะเดินทางไปประเทศอินเดียซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพระพุทธศาสนาต่อ ไป
| ประมาณปี ค.ศ.629 พระถังซัมจั๋งก็ได้เริ่มเดินทางจากเมืองฉางอัน โดยมีเป้าหมายคือ มหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย ในบันทึกการเดินทางกล่าวว่า การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก ต้องฝ่าทั้งดินแดนที่มีโจรผู้ร้ายชุกชุม บางแห่งมีสงครามรบพุ่งกัน บางแห่งมีแม้กระทั่งภูติผีปีศาจ ผจญกับทะเลทราย ภูเขาสูงที่มีพายุหิมะ (สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นภูเขาหิมาลัย) ซึ่งการเดินทางผจญภัยของสมณะท่านนี้ เป็นต้นกำเนิดวรรณคดี "ไซอิ๋ว" ที่โด่งดัง |
 |
พระถังซัมจั๋งใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนในนาลันทาประเทศอินเดียเป็นเวลาประมาณ 5 ปี จึงได้เดินทางกลับสู่ประเทศจีนในปี ค.ศ.645 ซึ่งเป็นรัชสมัยของฮ่องเต้ถังไท่จง ท่านได้ทำการแปลพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี ให้เป็นภาษาจีน โดยใช้เวลาถึง 20 ปี และนี่ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการก่อเนิดพระพุทธศาสนานิกายมหายานขึ้นเป็น ครั้งแรกในประเทศจีน และยังเผยแพร่นิกายนี้ไปสู่เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนามในเวลาต่อมา
พระ ถังซัมจั๋ง ได้รับการยกย่องจากทั้งฮ่องเต้และประชาชนชาวจีนเป็นอย่างมาก เมื่อท่านมรณภาพลงในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ.664 รวมอายุได้ 69 ปี ได้มีผู้เข้าร่วมพิธีศพถึง 2 ล้านคน
พระยาโกษาธิบดี (ปาน) (ประมาณ ค.ศ.1632 - 1688)
ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ได้ปรากฏบันทึกการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยครั้งหนึ่ง คือการเดินทางของพระยาโกษาปาน ซึ่งไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้ชาวพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น ยังสร้างความแปลกใจให้บรรดาชาวยุโรปประเทศต่างๆอีกด้วยที่มีราชทูตจากแผ่น ดินสยามอันไกลโพ้นเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีถึงในประเทศฝรั่งเศส
 |
โกษาปาน เกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มารดาคือ เจ้าแม่วัดดุสิต (บัว) ซึ่งเป็นพระสนมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อเติบโตขึ้น ก็ได้รับราชการ จนได้เลื่อนขั้นเป็นพระวิสุทธสุนทร (ปาน) และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตเพื่อไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส เนื่องด้วยสมเด็จพระนารายณ์ต้องการให้ฝรั่งเศสสกัดกั้นการแผ่ขยายอาณานิคม ของอังกฤษและฮอลันดาซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง เนื่องจากได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากฝรั่งเศส เป็นเหตุให้ชาติยุโรปต่างๆยำเกรงสยาม เพราะมีฝรั่งเศสเป็นมหามิตร |
โกษาปาน เดินทางโดยทางเรือเมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2228 และได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีและเป็นที่กล่าวขานโจษจันทั่วทั้งยุโรปว่าเป็น ครั้งแรกที่พระเจ้าแผ่นดินจากทางตะวันออก ได้ส่งทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศในยุโรป พระเจ้าหลุยส์ได้ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติและสร้างเหรียญไว้เป็นที่ระลึก อีกด้วย
เมื่อจะเดินทางกลับ สยามประเทศ ก้ได้รับมอบข้าวของกำนัลมากมายฝากมาถึงสมเด็จพระนารายณ์ ท่านเดินทางกลับเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2230 รวมระยะเวลาเดินทางไปกลับฝรั่งเศสทั้งสิ้นประมาณ 1 ปี 9 เดือน

  
เมื่อเราเห็นกำแพงเมืองจีน ที่ทอดยาวไปไกลสูดลูกหูลูกตา เรารู้สึกทึ่งและจินตนาการไปถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ด้วยความฉงนฉงายว่า สร้างได้อย่างไร จึงอลังการเช่นนี้
เมื่อ เราเห็นสิ่งก่อสร้างในนครวัด นครธม ซึ่งเป็นการแกะสลักหินด้วยฝีมือที่ยอดเยี่ยม เรารู้สึกชื่นชมจนพาลไม่เชื่อว่านี่เป็นฝีมือมนุษย์
เมื่อ เราเห็นก้อนหิน ฐานรากของพระเจดีย์อินทร์แขวน ตั้งอยู่บนภูผาหินอีกก้อนหนึ่งได้โดยไม่ล้มกลิ้งลงมาเป็นเวลาหลายพันปี เราต่างตกตะลึงจนแทบจินตนาการไม่ออกว่านี่เป็นมายากลของธรรมชาติ หรือเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระธาตุอินทร์แขวนกันแน่
เมื่อ เราเห็นเมืองที่เคร่งครัดในศาสนาอย่างกัวลาลัมเปอร์ แต่กลับมีสิ่งก่อสร้างอันทันสมัยเช่นตึกเปโตรนัสและเมืองปุตราจายา เราชื่นชมความอัจฉริยะของมนุษย์ที่สามารถผสมผสานสองสิ่งที่แตกต่างกันนี้ให้ สอดคล้องกันได้อย่างชาญฉลาด
เมื่อ เราเห็นบรรดาช้างในประเทศไทยท่าทางมีความสุขในการแสดงฝีมือจิตรกร ด้วยการใช้งวงบรรจงจับพู่กันวาดภาพออกมาได้อย่างสวยงามเทียบเท่าหรือเหนือ กว่าฝีมือมนุษย์ นั่นยิ่งสร้างความทึ่ง และตื่นตะลึงถึงขีดสุด
นัก ท่องเที่ยวต่างคนต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ตกลงใจใช้บริการ ให้เราได้พาไปสัมผัสพบปะกับความสวยงามน่าทึ่งและมหัศจรรย์ของสถานที่ท่อง เที่ยวต่างๆ เดิมที...ต่างเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน แต่ก็เดินทางมาบรรจบพบกันเนื่องด้วยมนต์สเน่ห์ดึงดูดใจของสถานที่ท่องเที่ยว เหล่านี้ นับว่าเป็นโชคชะตา ฟ้าลิขิตหรือไม่ ... นี่คือที่มาของชื่อ Destiny
เรามีความภาคภูมิใจ ที่ได้รับใช้ให้บริการนักท่องเที่ยวทุกท่าน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการเสาะแสวงหาความสุขซึ่งเกิดจากการเดินทางท่อง เที่ยว เปรียบเป็นอาหารทางใจให้สมกับคำกล่าวที่ว่า "การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์)
ความสุขจากการท่องเที่ยวไป เป็นปัจจัยที่ห้า
  
ประวัติของเดสทินี ทราเวล เซอร์วิส
 |
1 กรกฎาคม 2543 เปิดเคาน์เตอร์ทัวร์เล็กๆในบริเวณห้องเช่าของไนท์บาซาร์เชียงใหม่ เน้นขายทัวร์ให้ลูกค้า walk in อย่างเดียว
8 พฤศจิกายน 2546 เริ่มทำ E-Commerce เปิดตัวแพ็คเกจทัวร์ "เชียงใหม่ในฝัน" เป็นครั้งแรก ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวไทยมากมายเกินคาด อันน่าจะเกิดจากสาเหตุ 3 ประการ ดังนี้
1. แพ็คเกจ "เชียงใหม่ในฝัน" โดนใจนักท่องเที่ยว เพราะได้รวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเชียงใหม่ไว้อย่างครบถ้วน เช่น ดอยสุเทพ ดอยอินทนท์ ขันโตกดินเนอร์ หมีแพนด้า เป็นต้น
2. มีการเปิดตัวสายการบิน Low Cost Airline อย่าง Air Asia หรือ Nok Air อย่างเป็นทางการ ทำให้ใครๆก็สามารถบินมาเที่ยวเชียงใหม่ได้ในราคาถูกลง
3. รัฐบาลยุคนั้น ติดต่อกับประเทศจีน นำหมีแพนด้ามาเป็นทูตสันถวไมตรีในสวนสัตว์เชียงใหม่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม จนได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเพราะความน่ารักน่าเอ็นดูของหมีแพนด้าดึง ดูดผู้มาเยือนเป็นจำนวนมาก
|
1 พฤษภาคม 2547 ขยับขยายพื้นที่สำนักงานให้กว้างขึ้น โดยย้ายไปเช่าตึกแถวสี่ชั้นที่ บ้านเลขที่ 2/8 ถ.ประชาสัมพันธ์ ต. ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากต้องการพื้นที่ในการทำงานมากขึ้น เพราะเพิ่มจำนวนพนักงาน และคอมพิวเตอร์ ประกอบกับตัวตึกสามารถพักนอนได้ด้วย
1 มีนาคม 2548 เปิดตัว E-commerce เพื่มอีกตัวหนึ่งเพื่อขายสินค้าหัตถกรรมเชียงใหม่ www.chiangmaiwalkingstreet.com
13 สิงหาคม - 30 กันยายน 2548 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในเชียงใหม่ โดยเฉพาะ ต.ช้างคลานซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน ถูกน้ำท่วมถึง 4 ครั้งภายในปีเดียว สร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์สำนักงานเป็นอย่างมาก จึงเริ่มคิดย้ายสำนักงานไปอยู่ที่สูงให้ปลอดภัยจากน้ำท่วม
|
1 กันยายน 2549 ย้ายสำนักงานไปตึกแถงสี่ชั้น ซอยหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิงดอยสุเทพ เลขที่ 100/113 หมู่ 1 ถ.ห้วยแก้ว ด้วยความมั่นใจว่าเป็นที่สูง ปลอดน้ำท่วมแน่นอน
23 มกราคม 2551 เพิ่มวงเงินจดทะเบียนท่องเที่ยวการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นวงเงิน 200,000 บาท เพื่อทำธุรกิจนำเที่ยวครอบคลุมพื้นที่เพิ่มมากขึ้น คือสามารถให้บริการทั้ง Inbound และ Outbound ขายทัวร์ทั่วโลกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้เริ่มมีการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆทั้งในและต่างประเทศ แทนที่การขายทัวร์เฉพาะพื้นที่เชียงใหม่และทั่วภาคเหนือ
1 กันยายน 2551 เนื่องจากสินค้า ผลิตภัณฑ์ในสต็อคของ chiangmaiwalkingstreet.com เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงย้ายสำนักงานอีกครั้งไปยังตึกแถว 4 ชั้น แต่มี 2 ห้องติดกัน โดยใช้ชั้นล่างเป็นโชว์รูมสินค้า และชั้น 3 เป็นสำนักงานทัวร์
|
 |
26 ตุลาคม 2552 ได้รับเกียรติไปรับมอบรางวัล Tourism Award ที่เมืองมาดริด ประเทศสเปน
25 มิถุนายน 2554 chiangmaiwalkingstreet แยกตัวไปตั้งสำนักงาน เลขที่ 6/18 ถ.คันคลองชลประทาน หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
4 กันยายน 2554 เปิดสำนักงานสาขากรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการได้อย่างสูงสุด เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นเมืองหลวง และออฟฟิศอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ง่ายต่อการติดต่อไปมาหาสู่ ทั้งในและต่างประเทศ
1 มีนาคม 2555 ย้ายสำนักงานไปอยู่บ้านเลขที่ 106/28(1) หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่เดิมมีมากเกินความจำเป็น
  
เดสทินี ทราเวล เซอร์วิส อยู่ในการควบคุมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ใบอนุญาตประกอบการท่องเที่ยวเลขที่ 21/00363 ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 ด้วยประสบการณ์และความตั้งใจจริงในการดูแลลูกค้า โดยเริ่มต้นจากเส้นทางเชียงใหม่ เชียงราย และทั่วภาคเหนือ จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก จึงขยายขอบเขตของการบริการเป็นเส้นทางครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้งภาคกลาง อิสาน ใต้ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน เส้นทาง ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา มาเลย์เซีย อินโดนีเวีย ด้วยทีมงานคุณภาพ และแลนด์เอเจนท์ที่ได้ผ่านการเลือกสรร อบรมมาอย่างดี เพื่อให้บริการลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจเดสทินี อย่างเต็มที่ ให้ทุกท่านได้รับความประทับใจสูงสุด และคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพราะเรารู้ว่าวันหยุดของทุกท่าน มีค่า.. ให้โอกาสทีมงานทุกคนดูแลรับใช้ท่านนะคะ
ทีมงานเดสทินี
 |
 |
บุญเสริม นำเจริญ (คุณเสริม)
Consultant |
วาทินี นำเจริญ (คุณที)
Managing Director |
ออฟฟิศเชียงใหม่
 |
 |
 |
จันทร์สีมา อภิธนัง (คุณแจน)
Sales & Reservation |
ณัฐกานต์ ศิริปัญญา (คุณนัท)
Sales & Reservation |
พีชญา กองสมบัติ (คุณกระแต)
Tour Operator |
ออฟฟิศกรุงเทพฯ
 |
 |
พุทธิมา ฤทธิ์จรูญ (คุณนี)
General Manager |
มัตติญา มาวิเลิศ (มัทรี)
Sales & Reservation |
นอกจากนี้ ยังมีทีมงานไกด์ คนขับรถคุณภาพคับแก้วอีกมากมาย
.jpg)
ฯลฯ

|