bulletEnglish website
dot
ทัวร์ภาคเหนือ
dot
bulletทัวร์เชียงใหม่
bulletทัวร์เชียงราย
bulletทัวร์ปาย แม่ฮ่องสอน
bulletทัวร์ลำปาง
bulletทัวร์พะเยา
bulletทัวร์ตาก
dot
ทัวร์ภาคใต้
dot
bulletทัวร์ภูเก็ต กระบี่ พังงา
bulletทัวร์หัวหิน ชะอำ
dot
ทัวร์ตะวันออก
dot
bulletทัวร์ชลบุรี
dot
ทัวร์อิสาน
dot
bulletทัวร์เลย
dot
ทัวร์ต่างประเทศ
dot
bulletทัวร์ลาว
bulletทัวร์พม่า
bulletทัวร์จีน


เดสทินี่ ทราเวล เซอร์วิส


ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในปาย แม่ฮ่องสอน
1. ร้านอาหารบ้านปาย 

                         ร้านบ้านปาย อาหารไทยและฝรั่ง บรรยากาศดี ริมถนนคนเดิน เวลาเปิด ปิด ขายเช้า กลางวัน เย็น (ปิดดึก) ราคาพอดีๆ แพง เป็นร้านเรือนไม้เก่าแก่ของคหบดีชาวยไทยใหญ่ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมของชาวไทยใหญ่ ตัวร้าน มีอายุกว่า 80 ปี หาดูได้ยาก นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปในเวลากลางคืนตรงหน้าร้าน ขณะทานอาหารจะได้ฟังดนตรีเบาๆ ที่เล่นจากกีต้าโปร่ง แซกด้วยเสียงพูดคุยเบาๆของแขกโต๊ะอื่น มี15 20 โต๊ะ จุได้ทั้งร้านประมาณ 80 คน
 
  2. กองแลน

                    "กองแลน" หมายถึง ถนนของตัวตะกวดใช้สัญจรบนเส้นทางเล็ก ๆ บนเหวลึก
กอง เป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่าถนน ใช้สัญจรไปมา
แลน หรือตะกวด เป็นชื่อสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ตัวลาย ลักษณะเหมือนตัวเงิน ตัวทอง

ปายแคนยอน เป็นสถานที่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเกิดจากการยุบตัวของดินที่อยู่ตามหุบเขา จนเป็นทางเส้นเล็ก ๆ บนสันเขา (เหมือนแพะเมืองผี จ.แพร่) สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก  สามารถสัญจรบนเส้นทางเล็ก ๆ นี้ได้
ปายแคนยอน เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเหวลึกจากการถูกกัดเซาะของลมและฝน  คล้ายแพะเมืองผีในจังหวัดแพร่   เราสามารถเดินชมความสวยงามของภูมิประเทศที่โดนกัดเซาะนี้ได้โดยรอบบริเวณ  

กองแลน อยู่ห่างจากตัวอำเภอปายไปตามเส้นทางสายปาย - แม่มาลัยประมาณ ๗   กิโลเมตร   นักท่องเที่ยวต้องจอดรถไว้ริมถนนแล้วเดินเท้าขึ้นไปบนภูเขาที่สูงชันอีกประมาณ ๖๐๐ เมตร แต่พอขึ้นไปถึง จะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยเพราะข้างบนปายแคนยอนซึ่งอยู่บนเทือกเขาสูงมีอากาศเย็นสบาย เรียกว่าคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อเลยเชียวละ
นอกจากนี้ กองแลนยังนับเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองปายได้อีกแห่งหนึ่งด้วย
 
  3. วัดแม่เย็น

                   วัดพระธาตุแม่เย็นตั้งอยู่บนเขาทางทิศตะวันออกหลังหมู่บ้านแม่เย็น ด้านหลังโบสถ์เป็นที่ตั้งเจดีย์เก่า สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอปายได้ทั่วถึงทั้งบ้านเรืองและทุ่งนา ยิ่งถ้าได้ขึ้นไปในตอนเย็นจะได้ชมพระอาทิตย์ตกโดยมีเทือกดอยจิกจ้องเป็นฉาก หลังที่งดงาม และพระธาตุแห่งนี้เป็นจุดสังเกตของผู้โดยสารทางเครื่องบินว่าเข้าเขตอำเภอ ปายแล้ว

โดยปกติ นักทอ่งเที่ยวจะขึ้นมาเยี่ยมชมที่วัดพระธาตุแม่เย็นกันในช่วงเย็น เพื่อรอชมความงามของเมืองปาย ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ทั้งเมืองจากจุดนี้ ด้วยระยะทางจากเมืองที่ไม่ไกลนัก นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานมาเที่ยวที่นี่ได้ไม่ยากนัก เมื่อมาถึงพระธาตุแม่เย็นเราจะต้องเดินขึ้นบันไดอีกพอสมควร แค่พอเหนื่อย แต่ไม่ต้องกังวลครับ บริเวณรอบๆพระธาตุแม่เย็นมีร้านโปสการืด ที่ขายอาหารและของว่างด้วย สามารถสั่งเพิ่มพลังก่อนกลับได้
 
  4. ร้านมิตรไทย

                   ร้านมิตรไทย ในเมืองปาย เป็นร้านโปสการ์ดและแกลอรี่เล็กๆ ที่พี่กนธ์และพี่ก่ำเจ้าของร้าน เป็นตัวแทนในการส่งสื่อให้กับนักท่องเที่ยวที่มาหย่อนโปสการ์ดไว้ที่นี้ ไม่ใช่แค่ร้านโปสการ์ดที่สร้างความสุขให้กับคนเดินทาง ยังมีร้านกาแฟ ร้านดนตรี B-Bop ร้านพิซซ่า บ้านพักริมแม่น้ำปาย บ่อน้ำพุร้อน ฯลฯ ในเมืองแห่งความฝันที่นี่ที่ “ปาย”.
กลายเป็นเมืองโรแมนติกสุดฮิตไปแล้ว ถึงแม้หนทางจะไกลจากกรุงเทพฯหลายและต้องเจออีกหลายพันโค้ง แต่ใครๆ ก็อยากไป “ปาย” เมืองเล็กๆ ที่มีขุนเขาล้อมรอบ อำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
หลายปีผ่านไปจากเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนใช้ชีวิตเรื่อยๆ เริ่มต้นมีนักท่องเที่ยวผ่านเขาไปสัมผัสจากคำบอกต่อและบอกเล่า ถ้าไม่ดีจริงก็จะไม่มีใครพูดถึง “ส้มมาเที่ยวเมืองปายค่ะ อากาศดีมาก” นี่ไม่ใช่เพียงโปสการ์ดใบเดียวที่ส่งมาจากปาย “ตอนนี้อ้อยมาเที่ยวปาย นั่งอยู่ที่ร้านมิตรไทย นั่งเขียนโปสการ์ดหาเพื่อนๆ อยู่” ยังมีเพื่อนอีกหลายคนที่ส่งโปสการ์ดมาบอกเล่าความรู้สึก และฉันสัมผัสได้ว่าทุกใบล้วนมี “ความสุข” แนบมาด้วย
ร้านโปสการ์ดดังแห่งเมืองปาย เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2540 ปัจจุบันนอกจากโปสการ์ดแล้ว ยังมีของที่ระลึก อาทิ เสื้อยืดแนวๆ เข็มกลัด กางเกง
 
  5. วัดน้ำฮู

                 วัดน้ำฮูเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองปาย หรือเมือง “ป้าย” ชื่อเดิมมาแต่สมัยโบราณ แต่ทุกวันนี้ที่เราๆเรียกกันว่า “ปาย” หรือ “เมืองปาย” เพราะว่าเรียกกันเพี้ยนจนมาเป็นเมืองปายหรืออำเภอปายในปัจจุบัน ปายคือสถานที่ที่ทุกคนไฝ่ฝันไว้ว่าสักครั้งหนึ่งต้องไปเที่ยวปายให้ได้ ก็เพราะความสงบร่มเย็นของเมืองปายแห่งนี้จึงทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางหลั่งไหลเข้ามาที่เมืองปาย วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย สงบ ร่มเย็น ของเมืองปายที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว
และเมืองปายนี้เองก็มีฝรั่งมังค่ามาเที่ยวกันเยอะมาก บางคนถึงกับมาตั้งรกรากที่ปายกันเลย และด้วยความที่เป็นเมืองปาย หรือเมืองป้าย วัฒนธรรมที่มีมาแต่ยาวนานทำให้มีวัดที่เก่าแก่อยู่หลายแห่ง แต่ละวัดก็จะมีประวัติที่แตกต่างกันไป แต่เมืองปายนี่เองที่มีอยู่หนึ่งวัดที่มีชื่ออยู่ในคำขวัญด้วย นั่นก็คือ “วัดน้ำฮู”
ประวัติศาสตร์ของ วัดน้ำฮู นี้มีความเป็นมาที่ยาวนานมาควบคู่กับเมืองปาย หรือเมืองป้าย จากตำนานที่มีผู้บันทึกเป็นหนังสือพื้นเมือง และพิจารณาจากข้อเท็จจริงต่าง ๆ ของอำเภอปาย สันนิษฐานว่าคงจะตั้งบ้านเมืองมาประมาณสองพันกว่าปีมาแล้ว ซึ่งในสมัยนั้นมีการปกครองลักษณะเจ้าผู้ครองนคร
เมื่อประเทศไทยได้ประกาศแบ่งเขตการปกครองในปี พ.ศ. 2443 ได้ประกาศให้เมืองปาย ขุนยวม เมืองฮ่องสอน ไปขึ้นกับมณฑลพายัพ ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 ทางการได้แต่งตั้งให้หลวงเจริญ เขตเขลางค์นคร (สอน สุขุมินทร์) มาเป็นนายอำเภอปายคนแรก
จากหลักฐานที่ปรากฏเป็นโบราณวัตถุต่าง ๆ ตามวัดร้าง กำแพงวัด ซากเจดีย์ปรักหักพัง พระพุทธรูปที่ก่อด้วยอิฐถือปูน ก้อนอิฐเก่าแผ่นใหญ่และหนามาก สันนิษฐานได้ว่าเป็นที่อยู่ของพวกลั๊วะ พวกขอม และลำธาร ลำห้วย หลายแห่งเป็นที่ที่มีช้างป่าจำนวนมาก ต่อมามีพวกไทยใหญ่พากันอพยพมาจากเมืองปั่น เมืองพาย เมืองแสนหวี เชียงของ เชียงตุง หมอกใหม่ ลางเครือ ก้างยาม พม่า และมอญ มาด้วยบ้าง เมื่อมาถึงบ้านดอน (ปัจจุบันบ้านเวียงเหนือ) จึงตกลงใจกันอยู่ที่นั่น และยกขุนส่างปายขึ้นเป็นเจ้าเมืองจากนั้นช่วยกันขุดคูรอบเวียง เพื่อป้องกันสัตว์มารบกวน มีประตูสามด้าน ทางทิศใต้เรียกว่า "ประตูดำ" เป็นประตู ที่นำศพออกไปป่าช้า แล้วสร้างวัดในบ้านดอนทางทิศตะวันออก
ในรัชสมัยของพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้ให้ "พะก่ากั่นนะ" มาเป็นเจ้าฟ้าเมืองปาย และมีผู้ครองเมืองปายสืบต่อมาอีกคนหนึ่งคือ ขุนส่างเนิง จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2454 ตรงกับ ร.ศ.129 "เมืองปาย" ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอจนถึงปัจจุบัน ปี 2548 รวมเป็นเวลาประมาณ 94 ปี มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอปาย รวม 29 คน
พระพ่ออุ่นเมืองที่อยู่คู่มากับวัดน้ำฮูที่ทุกคนสักการะนับถือเป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม ปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 24นิ้ว สูง 30นิ้ว ส่วนพระเศียรกลวงมีพระเมาฬีครอบ ไม่มีประวัติบันทึกการสร้างอย่างชัดเจนสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อมกับสถูปเจดีย์ซึ่งอยู่หลังวิหาร ได้รกร้างอยู่เป็นเวลานาน ในปี พ.ศ. 2468
ผู้ใหญ่ทอน และ นายเห็งพงษ์ พงษ์คำเต็ม พร้อมด้วยชาวบ้านน้ำฮู ได้สร้างศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งอยู่โคนไม้พร้อมด้วยซากปรักหักพังของเจดีย์ ในปี พ.ศ.2474 ครูบาศรีวิชัยนักบุญลานนาไทย ได้นำคณะศิษยานุศิษย์เดินธุดงค์มายังอำเภอปาย ได้มาเห็นสภาพทรุดโทรมของวัดและได้พบพระพุทธรูปดังกล่าว จึงได้สร้างวิหารขึ้นหนึ่งหลังสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป พร้อมกับสร้างเจดีย์ขึ้นด้านหลังวิหาร 1 องค์
และที่วัดน้ำฮูแห่งนี้หากมองดูดีๆจะเห็นพระเจดีย์สีทองอยู่หลังวิหารหรือโบสถ์ของวัดน้ำฮูแห่งนี้ พระเจดีย์นี้ไม่มีบันทึกประวัติการสร้างอย่างชัดเจน แต่เชื่อกันว่าสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ซึ่งได้เสด็จไปเป็นตัวประกันที่พม่าแทนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ต่อมาได้ถูกปลงพระชนม์ที่พม่านั่นเอง ภายในพระเจดีย์นี้ยังบรรจุเส้นพระเกศาของสมเด็จพระพี่นางฯ ไว้ด้วย
สมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาเป็นวีรสตรีไทยที่ประวัติศาสตร์ควรจำรึกไว้ หากไม่มีพระองค์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชอาจไม่มีโอกาสกลับมากอบกู้เอกราช และอาจไม่ทรงทราบข่าวการเคลื่อนไหวของทัพพม่าก่อนทุกครั้ง ชาวไทยจึงควรระลึกถึงวีรกรรมของพระองค์ และถวายสักการะดวงวิญญาณของพระองค์โดยทั่วกัน
ส่วนหน้าวัดก็จะมีศาลาปลาให้ผู้คนมากราบไหว้ เนื่องจากว่าศาลาปลาของวัดน้ำฮูนี้มีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาไว้ให้สักการบูชาได้อีกด้วย
 
  6. สนามบินปาย

                           การเดินทางไปปายนั้นไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปปายโดยรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน จุดหมายปลายทางอันดับแรกต้องเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ก่อนเพราะระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอปาย เป็นระยะทางที่ใกล้ที่สุด และนักท่องเที่ยวนิยมกันมากที่สุด บางท่านก็อาจจะพักท่องเที่ยวเชียงใหม่ก่อนหลังนั้นมุ่งหน้าไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนและอำเภอปายต่อไป การเดินทางไปอำเภอปายนั้นสามารถเดินทางได้หลายวิธี ได้แก่
:: การเดินทางไปปายโดยรถยนต์ ::
:: การเดินทางไปปายโดยรถทัวร์ ::
:: การเดินทางไปปายโดยเครื่องบิน ::
สำหรับนักท่องเที่ยวบางท่านที่เดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่โดยเครื่องบินแล้ว สามารถเดินทางต่อโดยรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้ปรับอากาศ ให้ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งเชียงใหม่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวบางท่านต้องการความรวดเร็วและสะดวกสะบายก็สามารถเดินทางโดยเครื่องบินไปปายต่อไป
นั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่มาปาย โดยจองตั่วทางออนไลน์ได้ที่เวปของ สายการบินนกแอร์ หรือจะมาขึ้นเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ ออกทุกวัน เที่ยวบิน ไปกลับ เชียงใหม่ - ปาย มีทุกวัน วันละ 2 รอบ ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที 

เครื่องบิน Cessna 208B Grand Caravan ขนาด 12 ที่นั่ง
เที่ยวบิน ไปกลับ เชียงใหม่ - ปาย มีทุกวัน วันละ 2 รอบ ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที

ท่าอากาศยานจังหวัดปาย ตั้งอยู่ที่ 404 ตำบลเวียงปาย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สิ่งอำนวยความสะดวก
•  ห้องน้ำ - ตั้งอยู่ในบริเวณอาคารผู้โดยสาร
•  ค่าจอดรถ - ฟรี
•  โทร 053 699209

ช่องทางการจองตั๋ว นกมินิ

•    ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ www.nokmini.com หรือ www.nokair.com
•    Nok mini Call Center โทร.053 280 444หรือ นกแอร์ Call Center โทร. 1318
•    ผ่านห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร นกมินิ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ปาย น่าน และ ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินนกแอร์ในทุกสนามบิน
•    ผ่านรีสอร์ทชั้นนำและบริษัททัวร์ในพื้นที่
 
  7. Pai Walking street

                      ถนนคนเดินปาย อยู่ในตำบลเวียงใต้ ใจกลางอำเภอปาย บริเวณถนนชัยสงคราม ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักที่เชื่อมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในตัวเมือง ในตอนกลางคืนทั้งถนนจะปิดการจราจร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินเลือกซื้อสินค้า ซึ่งมีทั้งสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นของชาวเขา ตลอดจนสินค้าอื่นๆ ทั่วไป โดยเฉพาะของฝากและของที่ระลึก เช่น เสื้อยืดที่มีข้อความเกี่ยวกับปาย กระเป๋าผ้าแบบต่างๆ เครื่องประดับ รูปภาพ โปสการ์ด ตลอดจนร้านอาหาร ที่พัก แหล่งบันเทิงต่างๆ จะมีอยู่เรียงรายในถนนเส้นนี้
บน ถนนคนเดินปาย จะมีร้านขายของแบกะดินสลับกับร้านค้าที่ตกแต่งอย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ เฉพาะของแต่ละร้าน สินค้าที่นี่มักเป็นของที่ระลึกเก๋ไก๋ หรือสินค้า hand made น่ารักๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีสด และการแสดงเปิดหมวกต่างๆ ที่สร้างสีสันให้กับถนนคนเดินปายระหว่างทางอีกด้วย
สำหรับนักท่องเที่ยวท่านสามารถเลือกซื้อของฝากและของที่ระลึก ชิมอาหารแบบชาวเหนือ เช่น ขนมจีนน้ำเงี้ยว นั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงที่บรรเลงกันในร้าน และอีกกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำกัน คือการเขียนโปสการ์ด ส่งไปจากปาย ที่นี่จึงมีร้านโปสการ์ดและร้านกาแฟอยู่ทั่วไปในถนนคนเดิน
 
  8. หมู่บ้านสันติชล

                             หมู่บ้านสันติชล เดิมชื่อบ้านน้ำฮูจีน (หนั่งฝู่ชวิน) เป็นหมู่บ้านบริวารของบ้านน้ำฮู มี 3 หย่อมบ้าน คือ บ้านน้ำฮูจีน น้ำฮูพื้นราบหรือน้ำฮูไทยใหญ่ และน้ำฮูลีซอ ภายหลังในปีพ.ศ. 2535 พันเอกปัญญา เทพวัลย์ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 5 กรมทหาราบที่ 7 ร่วมกับทหารในหน่วยงาน และชาวบ้านในหมู่บ้านช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน ทำระบบประปาภูเขา และเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่เป็น บ้านสันติชล หมายถึงแม่น้ำแห่งสันติ
ในช่วงปีพ.ศ. 2537 - 2546 มีการระบาดของยาเสพติดเข้ามายังหมู่บ้านสันติชลเป็นจำนวนมาก ถึงกับมีคำกล่าวว่าหมู่บ้านนี้เป็นเขตพื้นที่สีแดง และถูกระบุว่าเป็นเส้นทางค้ายาเสพติดที่ลากตรงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นแหล่งพักของขบวนการค้ายา
ผู้นำชุมชนจึงร่วมกับแกนนำของหมู่บ้านและหน่วยงานของรัฐ หารือถึงแนวทางการแก้ปัญหา ทางออกที่ดีที่สุด คือการสร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่คนในหมู่บ้าน โดยได้รับการสนับสนุนให้ไปดูงานที่หมู่บ้านชุมชนชาวจีนกองพลทหารม้าที่ 93 เพื่อมาปรับใช้กับหมู่บ้านสันติชล อย่างเช่นที่ บ้านรักษ์ไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และที่ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูวิถีชีวิตของคนจีนยูนนาน และมารับประทานอาหารจีนยูนนานของแท้ ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาให้บ้านสันติชลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวจีนยูนนานของปาย และได้จัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานบ้านสันติชลสำหรับจัดการดำเนินงานต่างๆ ของหมู่บ้านเพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน และเพื่อรักษาวัฒนธรรมยูนนานเดิม
ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน บ้านสันติชล หรือ "หมู่บ้านจีนยูนนาน" ตั้งอยู่ที่ ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 4.5 กิโลเมตร และห่างจากวัดน้ำฮูเล็กน้อย ทิวทัศน์รอบๆ เป็นวิวภูเขาสวยงาม
ที่นี่ยังเป็นหมู่บ้านชาวเขาจีน ที่ผู้คนยังมีการแต่งกายที่คงเอกลักษณ์กลิ่นอายชาวเขา รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมไว้
ภายในบริเวณศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน จะมีบ้านดิน (บ้านที่ใช้ดินปั้นขึ้นมา) ตั้งเรียงรายซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารจีนยูนนาน และร้านจำหน่ายของที่ระลึก มีลานกว้างที่เป็นสนามหญ้า สระน้ำ และทางเดิน นอกจากนี้ยังมีที่พักแบบบ้านดินและกางเต็นท์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ
 
  9. โจ๊กปาย

                    "โจ๊กสมุนไพรลุงอ๊อด" ร้านโจ๊กเจ้าโด่งดัง ของอำเภอปาย  นื้อโจ๊กเนียนนุ่ม ใส่หมูสับ เห็ดหอม โรยหน้าด้วยหมี่กรอบอีกนิดหน่อย อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มกันเลย  โจ๊กร้านนี้ไม่ใส่ผงชูรสแต่ใช้สมุนไพรหญ้าหวานแทนเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทดแทนน้ำตาล เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรค อ้วน , เบาหวาน , ความดัน ฯลฯ มีปลูกกันมากในพื้นที่ภาคเหนือ
 
  10. ตลาดเช้าปาย

                    ยามเช้าตรู่ในเมืองปาย หมอกสีขาวปลุกคลุมเป็นม่านทั่วทั้งเมืองปาย ราวกับว่า เมืองปายล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ออกเดินทางไปยังตลาด เช้าเมืองปายตลาดเก่าเมืองปาย ชมวีถีชีวิตที่เรียบง่ายเดิน ทอดน่องไปเรื่อยๆ ตลาดยามเช้ามีอะไรให้ชม มากมาย ผักสด ผลไม้ กาแฟร้อน ๆ ซักแก้วเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ ร่างกาย ข้าวเหนียวหมูปิ้งร้อน ๆ จากเตาถ่าน แวะชิมขนม จีนน้ำเงี้ยว สูตรปาย ราคาสบายกระเป๋ารสชาติอร่อยบอก ต่อซื้อ อาหารแห้งหรือกับข้าวพื้นเมืองของชาวปายไป ตักบาตร อิ่มบุญ อิ่มท้อง แล้วยังอิ่มอกอิ่มใจอีกด้วยตลาดใหม่ปายอยู่บริเวณเซเว่นอีเลเว่น ในเมืองปายยามเช้าๆ มีร้านโจ๊กสมุนไพรรสเลิศ ให้ลิ้มลองปาท่องโก๋ร้อนๆ ไข่ลวก กาแฟรส ชาติกลมกล่อม ข้าวเหนียวหมูปิ้งรวมถึง อาหารพื้นเมืองปายอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกชมเลือกชิมกันตามสบาย
 
  11. โป่งเดือดป่าแป๋

                         โป่งเดือดป่าแป๋ อยู่ใน อ.แม่แตง จ. เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ ที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ในอดีตน้ำพุร้อนแห่งนี้เคยพุ่งสูงถึง 5 เมตรแต่ปัจจุบันสูง 1-2 เมตรเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่แบบไกเซอร์ (Geyser) เกิดจากการที่น้ำใต้ผิวดินไหลผ่านทางช่องว่างที่มีความร้อนส่งผ่านขึ้นมาจากหินหลอมเหลวที่อยู่ลึกลงไปทำให้มีอุณหภูมิและแรงดันสูงมาก ซึ่งจะเดือดพุ่งขึ้นสูงจากผิวดินตลอดเวลา เกิดจากการสะสมของแก๊สในน้ำร้อน โดยการพุ่งขึ้นสูงสุดของน้ำจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คงที่ อุณหภูมิน้ำใต้ดินประมาณ 170-200 องศา ส่วนอุณหภูมิของน้ำผิวดินประมาณ 90-100 องศา
 
  12. Coffee in Love

                     ร้านกาแฟสัญลักษณ์แห่งเมืองปายในอันดับต้นๆที่ใครต้องนึกถึงแล้ว ณ เวลานี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ร้านกาแฟ ชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของปาย ร้าน Coffee in loveแทบจะกลายเป็นสถานที่ "The must" ที่ใครๆ ต้องแวะมาถ่ายรูปไปแล้ว สำหรับป้ายหน้าร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้ นอกจากวิวดีมองเห็นทิวทัศน์เมืองปายอันสวยงามแล้ว ทีเด็ดของที่นี่ยังมีอีกเพียบทั้งกาแฟหอมๆ และเค้กอร่อยๆ ให้นั่งทานกันเพลินๆ แบบ(ปาย)อินเลิฟสมชื่อ
 
  13. น้ำตกหมอแปง

                        น้ำตกหมอแปงนับเป็นน้ำตกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนปาย เพราะมีความสวยงามและเดินทางไปเที่ยวสะดวกกว่าที่ไหนๆ เพราะห่างจากตัวเมืองปายเพียง 9 กิโลเมตรเท่านั้น น้ำตกหม้อแปงแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นที่ใหญ่และเหมาะแก่การเล่นน้ำคือ ชั้นสองและชั้นสาม โดยรวมทุกชั้นแล้วน้ำตกหม้อแปงจะสูงประมาณ 15 เมตร กว้างประมาณ 10-15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีแต่สวยงามที่สุดในช่วงฤดูฝนบรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยป่าต้นยาง ใกล้ ๆ บริเวณน้ำตกยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมูเซอแดงมีร้ายอาหารเล็กๆคอยให้บริการอยู่ด้วย
 
  14. น้ำพุร้อนท่าปาย

                              โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อยู่ใกล้ตัวเมืองปาย เหมาะที่จะมาเล่นน้ำ อาบน้ำแร่ แบบธรรมชาติที่นี่ เพราะเขามีบ่อแช่แบบธรรมชาติมาก ไม่ได้เป็นห้องเป็นอาคาร แต่เป็นบ่อตามสภาพเดิม และยังสามารถเดินเที่ยวชม หรือทำกิจกรรมต้มไข่ก็ได้ ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส ในบริเวณจุดกำเนิดน้ำแร่

โป่งร้อนท่าปายอยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย - แม่มาลัย) ข้ามสะพานแม่น้ำปายถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 87 - 88 แยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ตรงทางเข้าจะเห็นป้ายตั้งอยู่ค่อนข้างชัดเจน ตามทางเข้าบ้านท่าปาย เป็นทางลาดยางตลอดทั้งสาย มีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ และมีน้ำร้อนไหลผ่านทั่วบริเวณกว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นเป็นน้ำผุดหลายจุด ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส รอบๆ โป่งน้ำร้อนเป็นป่าไม้สัก ภายในบริเวณอนุญาตให้ตั้งเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น มีร้านอาหารศูนย์บริการอยู่
 
  15. วัดหัวนา

                   ตั้งอยู่ท่ามกลางทุงนาล้อมรอบจริงๆ มีสิ่งก่อสร้าง เช่น พระเจดีย์ อุโบสถ และกุฎิฝีมือช่างท้องถิ่นคือฉานหรือไต สวยงามแปลกตาดี บรรยากาศเงียบๆสบายๆดี
 
  16. น้ำพุร้อนท่าปาย

                     โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อยู่ใกล้ตัวเมืองปาย เหมาะที่จะมาเล่นน้ำ อาบน้ำแร่ แบบธรรมชาติที่นี่ เพราะเขามีบ่อแช่แบบธรรมชาติมาก ไม่ได้เป็นห้องเป็นอาคาร แต่เป็นบ่อตามสภาพเดิม และยังสามารถเดินเที่ยวชม หรือทำกิจกรรมต้มไข่ก็ได้ ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส ในบริเวณจุดกำเนิดน้ำแร่

โป่งร้อนท่าปายอยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย - แม่มาลัย) ข้ามสะพานแม่น้ำปายถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 87 - 88 แยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ตรงทางเข้าจะเห็นป้ายตั้งอยู่ค่อนข้างชัดเจน ตามทางเข้าบ้านท่าปาย เป็นทางลาดยางตลอดทั้งสาย มีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ และมีน้ำร้อนไหลผ่านทั่วบริเวณกว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นเป็นน้ำผุดหลายจุด ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส รอบๆ โป่งน้ำร้อนเป็นป่าไม้สัก ภายในบริเวณอนุญาตให้ตั้งเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น มีร้านอาหารศูนย์บริการอยู่
น้ำร้อนที่ไหลเป็นลำธารผ่านก้อนหินน้อยใหญ่สลับกันไปและลดหลั่นกันลงมาอย่างสวยงามและมีธรรมชาติร่มรื่น เหมาะกั่บนักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งพักผ่อนแบบสบายอารมณ์  หามมีเวลาอาจนั่งแช่เท้าพร้อมกับชุด     ปิ๊กนิค หนังสือสักเล่มอ่านเพลินๆ ก็มีความสุกอีกแบบ  หรือต้องการอาบน้ำแร่ น้ำพุร้อนก็มีห้องอาบน้ำ เพื่อบำรุงผิวพรรณก็ดี    มาเที่ยวรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
 
  17. สะพานประวัติศาสตร์ (สงครามโลกครั้งที่2)

                       สะพาน ประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่ญี่ปุ่นมีเรืองอำนาจอยู่ในประเทศไทย โดยมีวัตถประสงค์เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพล และอาวุธสู่พม่าเช่นเดียวกัน กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในอดีตสะพานนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางเดินทางของประชาชนทั่วไป จนกระทั่งปัจจุบันก็มีการสร้างสะพานคอนกรีตมาตรฐานแทนที่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดสำคัญของเมืองปายไปแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินบนสะพานได้ และถ่ายรูปได้ มีนืทรรศน์การเกี่วกับประวัติความเป็นมาของสะพาน และเมืองปาย ต้ั้งอยู่หน้าสะพานอีกด้วย
 สะพานประวัติศาสตร์ปาย เป็นสะพานเหล็ก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2485 มีลักษณะคล้ายกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว อยู่ก่อนถึงตัวอำเภอปาย ประมาณ 10 กิโลเมตร บนเส้นทางหมายเลข 1095 ซึ่งเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ ที่กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นเส้นทางเดินทัพจากเชียงใหม่ ผ่านอำเภอปายไปยังประเทศพม่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
  สะพานแห่งนี้ ถือเป็นหน้าด่านของอำเภอปาย ใกล้กับสะพานจะมีร้านกาแฟให้นั่งเล่น ชื่นชมความงามของอำเภอปายด้วย
 
  18. ห้วยน้ำดัง

                    มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง มีฝนตกชุกในเดือน พฤษภาคม - ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส สถานที่ที่มีผู้นิยมมาท่องเที่ยว ได้แก่ จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (จุดชมวิวดอยกิ่วลม) ตั้งอยู่ที่ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง เป็นที่ตั้งของหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว คอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเอื้องเงิน ซึ่งกรมป่าไม้สร้างถวายสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ อีกทั้งยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีก2เส้นทาง คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอื้องเงิน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมดอย ระยะทางของแต่ละเส้นทางประมาณ 1,500 เมตร จุดชมวิวดอยช้าง เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดโดยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,962 เมตร สามารถชมวิวได้รอบด้าน มีกล้วยไม้นานาพรรณเหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของพันธุ์ไม้ได้เป็นอย่างดี น้ำพุร้อนโป่งเดือด เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่จำนวน 3-4 บ่อ และยังมีบ่อเล็กๆกระจายอยู่ทั่วไป อุณหภูมิน้ำผิวดินประมาณ 90-99 องศา น้ำพุร้อนจะพุ่งจากใต้ดินตลอดเวลา บางครั้งพุ่งสูงถึง 2 เมตร บริเวณนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ1เส้นทาง คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด ระยะทาง 1,550 เมตร โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นบ่อน้ำร้อนที่เปรียบเสมือนน้ำกำลังเดือดขึ้นเป็นพรายฟอง อุณหภูมิน้ำผิวดินประมาณ 80 องศา น้ำร้อนขยายเป็นบริเวณกว้าง มีหมอกควันปกคลุม โดยมีบ่อใหญ่ 2 บ่อ รอบๆโป่งเป็นป่าที่มีไม้สักที่อุดมสมบูรณ์มาก พื้นที่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 30 กม. ตั้งอยู่ใน ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ล่องแพลำน้ำแม่แตง สองฝั่งของลำน้ำแม่แตงยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และนกนานาชนิด จัดว่าเป็นสายน้ำที่มีบรรยากาศของการท่องเที่ยวที่ตื่นเต้นเร้าใจ เต็มไปด้วยเกาะแก่งและโขดหิน โดยเดินทางตามเส้นทางทัวร์ป่า จากน้ำพุร้อนโป่งเดือดจนถึงบ้านปางป่าคา(7กม.) หรือบ้านป่าข้าวหลาม(9กม.) จากนั้นเริ่มล่องแพใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง จะถึงบ้านสบก๋ายซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการล่องแพ น้ำตกห้วยน้ำดัง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำดัง มีโขดหินมากมาย ความสูงประมาณ 50 ม. กว้าง 10 ม. มี 4 ชั้น สภาพป่าโดยรอบชุ่มชื้นไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าดิบชื้น ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านห้วยน้ำดัง น้ำตกแม่เย็น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงประมาณ 30-40 เมตร มี 2 ชั้น เกิดจากลำห้วยแม่เย็นหลวง ซึ่งไหลลงมาสู่แม่น้ำปาย น้ำตกมีความสวยงามและมีน้ำไหลตลอดปี ตั้งอยู่ใน ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
 
  19. ปางอุ๋ง

                "ปางอุ๋ง" (บ้านรวมไทย) เป็นหมู่บ้านโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำมีแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืนและสวยงามมากๆ "ปางอุ๋ง" อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จุดเด่นของที่นี่คือ... เวิ้งน้ำสายหมอกและใบสน... ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ส่องแสงสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี ท่ามกลางบึงน้ำขนาดใหญ่และสายหมอก พร้อมอากาศที่หนาวเย็นจับใจ เรียกว่างดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย แถมยังมีอากาศที่หนาวเย็น หลายคนบอกว่าที่นี่คือสวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย แต่บางคนบอกว่าที่นี่คือนิวซีแลนด์
 
  20. ถ้ำปลา

                 ถ้ำปลา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ที่มีความพิเศษแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เนื่องจากว่าภายในถ้ำมีความมหัศจรรย์อยู่อย่างหนึ่ง ก็คือบรรดาหมู่ปลาจำนวนมากที่มาอยู่อาศัยในถ้ำแห่งนี้นี่เอง
 ถ้ำปลา เป็นถ้ำใต้เชิงเขา มีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำตลอดทั้งปี บริเวณปากถ้ำเป็นวังน้ำกว้างประมาณ 2 เมตร และลึก 1.5 เมตร สามารถมองเห็นฝูงปลาขนาดใหญ่ มีสีดำเทาอมฟ้า เรียกว่า ปลามุงหรือพลวง

     ภายในถ้ำจะมีปลาดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะชาวบ้านเชื่อว่าปลานี้เป็นปลาศักดิ์สิทธิ์ หากใครนำมารับประทานจะพบภัยพิบัติ บริเวณหน้าถ้ำมีอาหารปลาจำหน่าย ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมซื้อและให้อาหารปลาอยู่เสมอ มีทิวทัศน์ของสภาพป่า หน้าผาเขาหินปูนอันเป็นธรรมชาติที่สวยงามมาก ถ้ำปลา อยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-แม่มาลัย ระหว่าง กม. 191-192 ห่างจากเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 17 กิโลเมตร
 
  21. ภูโคลน

•                    ในปี พ.ศ. 2538 แหล่งโคลนสุขภาพ โป่งเดือดแม่สะงาหรือชื่อในปัจจุบันคือ ภูโคลน ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกโดยกลุ่มนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาชาวฝรั่งเศส และชาวไทย ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทย
•    การค้นพบนั้นเริ่มต้นจากการได้พบสายน้ำร้อนผุดขึ้นมากลางทุ่งนา และได้ไหลไปผสมรวมกับลำธารเล็กๆ ขณะเดียวกันเป็นที่รู้จักกันว่าหากมีคนเจ็บป่วยไม่สบายก็มักไปแช่น้ำอุ่นดังกล่าวทำให้อาการปวดเมื่อยนั้นหายไป
•    ในปี พ.ศ. 2539 ได้มีการศึกษาค้นคว้าและเก็บตัวอย่างน้ำแร่และโคลนธรรมชาติ ไปตรวจสอบ แร่ธาตุที่ห้องทดลองของสถาบันวิจัย THERMALIUM LUXEUIL LABORATORIEในประเทศฝรั่งเศส ใช้ระยะเวลาศึกษาและวิจัยอย่างละเอียดนานถึง 4 ปี
•    ในปี พ.ศ. 2542 มีการแจ้งผลการวิจัยระบุว่าตะกอนโคลนที่ปนเปื้อน มากับน้ำแร่ร้อนนั้น เป็นโคลนบำบัดผิวที่มีคุณประโยชน์อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ มีแร่ธาตุหลากหลายชนิดเทียบเท่ากับโคลนจากต่างประเทศเช่นโคลนจากทะเลสาบเดดซี และโคลนลาวาภูเขาไฟ ในประเทศโรมาเนีย ซึ่งสามารถค้นพบได้เพียงไม่กี่แห่งในโลก
•    การสำรวจจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจและทีมงานเครื่องขุดเจาะอันทันสมัยจากประเทศออสเตรเลียเพื่อนำโคลนและน้ำแร่มาใช้
•    ในปี พ.ศ. 2543 ได้จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ภูโคลน คันทรีคลับ ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่ดินดังกล่าวเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพรวมถึงการท่องเที่ยว ของจังหวัดและประเทศต่อไป
 
  22. บ้านรักไทย

               บ้านรักไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่หมาะสม สำหรับกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของหมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา และต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชา และขาหมูหมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ รับประทานขาหมูหมั่นโถว โดยชื่นชอบกับความเงียบสบายของบ้านรักไทยแห่งนี้ ซึ่งยังมีกิจกรรมหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนาน เช่น การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อยพาเข้าไปชม "คุกดิน" และการขี่ม้าพาข้ามแดนไปฝั้งพม่า นอกจากนั้น ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ (บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องกับสัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิดอีกด้วย

การเดินทางไปบ้านรักไทย ออกจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปตามทางหลวง 1095 แม่ฮ่องสอน-แม่มาลัย ไปทางอำเภอปาย ถึงแยกบ้านกุงไม้สัก (ไม่ไกลจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนนัก) จะพบป้ายบอกเส้นทางไปบ้านรักไทย โดยเลี้ยวซ้ายไปตามทางที่ไปภูโคลน คันทรีคลับ ตามเส้นทางจะมีที่เที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกผาเสื่อ โครงการตามพระราชดำริปางตอง   โครงการธนาคารอาหาร บ้านรวมไทย (ปางอุ๋ง) แล้วก็ถึง บ้านรักไทย หมู่บ้านสุดท้ายติดชายแดนเมียนม่า (พม่า)
          แม้ว่าบ้านรักไทย จะดูเหมือนอยู่ห่างไกลมาก แต่ความจริง ก็อยู่ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แต่ติดชายแดนเมียนม่า แต่ก็น่าสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไปเที่ยว พระตำหนักปางตองและปางอุ๋ง ก็เดินทางอีกไม่กี่กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านรักไทยมีบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง และที่นี่ ก็มีศูนย์กลางของหมู่บ้าน หรือ Town Center ที่มีร้านขายชา และให้ชิมฟรี หลายร้าน มีร้านอาหารยูนนาน และมีบ้านพักเล็กๆด้วย
 
  23. ดอยกองมู

                    วัดพระธาตุดอยกองมู มีชื่อเรียกแต่เดิมว่าวัดปลายดอน ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอนครับ เป็นปูชนียสถาน คู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย"จองต่องสู่" เมื่อ พ.ศ. 2403 ส่วนพระ ธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย "พญาสิงหนาทราชา" เจ้าผู้ครอง แม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้ สามารถมอง เห็นภูมิประเทศ และสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้ อย่างชัดเจน และสวยงามมาก ปัจจุบันมีถนนลาดยางขึ้นสู่พระธาตุดอยกองมู เป็นระยะทางราว 5 กิโลเมตร วัด นี้มีงานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตร ดาวดึงส์ หรือตักบาตรเทโวด้วย
 วัดพระธาตุดอยกองมู   ได้สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2403   โดยนายจองต่องสู่ และภรรยาชื่อนางเหล็ก    ซึ่งได้จัดสร้างกุฏิ และพระเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อบรรจุพระธาตุของพระมหาโมคคัลลานะเถระ  ที่พระอูปั่นเต็กต๊ะชาวเมืองตองกี่ได้นำมาจากเมืองมะละแหม่งประเทศพม่า   โดยพระอู่ปั่นเต๊กต๊ะยังดำรงเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดดอยกองมู   นี้เรื่อยมาจนกระทั่งนายจองต่องสู่ได้สิ้นชีวิตลง  พระอู่ปั่นเต๊กต๊ะจึงกลับคืนไปจำพรรษาที่เมืองตองกี่ดังเดิม
 
                ต่อมาในปี  พ.ศ.2417  เพื่อพญาสิงปนาทราชาได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรกนั้น   จึงให้สร้างพระเจดีย์ขึ้นอีกองค์หนึ่งซึ่งมีชนาดย่อมกว่าองค์ที่มีอยู่เดิม  เพื่อเป็นอนุสรณ์ และได้ให้บรรจุพระธาตุของพระสารีบุตรเถระที่พระอูเอ่งต๊ะก๊ะ  นำมาจากเมืองมัณฑเลย์ประเทศพม่า   พร้อมทั้งนิมนต์พระอู่เอ่งต๊ะก๊ะเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยกองมู   รูปต่อไป
 
                วัดพระธาตุดอยกองมู   ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยศิลปกรรมแบบไทยใหญ่และพม่า  วัดแห่งนี้ได้รับการทำนุบำรุงเรื่อยมา  และเป็นเสมือนศูนย์กลางแห่งศรัทธา ของชาวเมืองแม่ฮ่องสอนจวบจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งผู้ที่มาไหว้พระธาตุดอยกองมูนี้ จะสามารถมองเห็นความงามของตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน
 
 การไหว้พระธาตุดอยกองมู     สามารถใช้เครื่องสักการะที่ทางวัดจัดให้ด้วยความหมายอันเป็นมงคล  โดยทำบุญเข้าวัดตามศรัทธา  จากนั้นให้เดินเวียนขวารอบพระธาตุ 3  รอบ เสร็จแล้วนำพานดอกไม้ธูปเทียนบูชาไปวางไว้ ไหว้พระประจำวันเกิดซึ่งประดิษฐานอยู่รอบพระเจดีย์  โดยเชื่อกันว่าจะช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตที่รุ่งเรืองในภายหน้า
 
  24. หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่า

            หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่า อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากเท่าไหร่นัก ทำให้การเดินทางสะดวก ถนนคอนกรีตอย่างดี มีฝายน้ำล้นเป็นช่วง ๆ แต่การเดินทางมาเที่ยวที่นี่อย่างคาดหวังว่าเราจะได้เห็นวิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ของพวกเขา เพราะความเจริญได้เข้ามาทำให้วัฒนธรรมบางอย่างของที่นี่อาจจะหายไปบ้าง อีกทั้งการแต่งกายของคนยุคใหม่เริ่มดูเป็นเมืองมากขึ้น แต่บางคนก็ยังคงอนุรักษ์ไว้ ซึ่งก็ยังคงเสน่ห์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาแวะเวียนกันอย่างไม่ขาดสาย ผู้คนดูอัธยาศัยใจคอดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
           ปาดอง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า กะเหรี่ยงคอยาว เป็นกะเหรี่ยงกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในรัฐคะยาประเทศเมียนมาร์ (พม่า) บริเวณที่ราบสูงตอนเหนือของแม่น้ำสาละวิน ทิศตะวันออกของเมียนมาร์ติดชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย
ประมาณปี พ.ศ. 2528-2529 บริษัทนำเที่ยวได้ติดต่อกับชาวกะเหรี่ยงในเขตเมียนมาร์ชื่อ ตูยีมู เพื่อนำปาดองเข้ามาอยู่ในเขตชายแดนไทยที่บ้านน้ำเพียงดิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกวิธีหนึ่ง โดยปาดองได้รับเงินค่าตอบแทนสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่าย
          ปาดองบ้านห้วยเสือเฒ่า มีนักธุรกิจนำพวกปาดองมาปลูกสร้างบ้านอาศัยอยู่แบบดั้งเดิมของเขา ไม่ได้ทำมาหากินด้วยอาชีพการเกษตร เขาไม่สามารถบุกหักล้างถางป่าสำหรับการเพาะปลูกได้เพราะอาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ปาดองหมู่บ้านนี้จึงมีรายได้หลักจากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม นักธุรกิจผู้ชักจูงให้พวกเขามาอยู่นั้น ได้จ่ายเงินค่าเลี้ยงชีพให้ครอบครัวละ 1,500.-บาท/เดือน และยังมีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยให้อีกด้วย นอกจากนี้ก็ซื้อข้าวให้กินทุกหลังคาเรือน ปาดองสามารถขายสินค้าของที่ระลึกรับของแจกและเงินค่าถ่ายรูปจากนักท่องเที่ยวได้
 
  25. ตลาดแม่ฮ่องสอน 

            หากนักท่องเที่ยว มีเวลาตื่นเข้าสักหน่อย ขอแนะนำท่าน เดินเที่ยวใน ตลาดสดเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ในตลาดนี้ท่านจะได้พบวิถีชาวบ้านของคนแม่ฮ่องสอน ตลาดนี้ แต่เดิมเรียกตลาดสายหยุด คือหากถึงเวลาสายก็จะหยุดขาย เพราะขายเฉพาะช่วงเข้ามืดเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีสินค้าวางขายตลอดวัน แต่จะคึกคักช่วงเข้าเท่านั้น ในตลาดมีขายทั้งผัก ผลไม้ สินค้าทั่วไป รวมถึงแผงขายสินค้าพื้นเมือง หลากหลายชนิด มีขนมพื้นเมืองของแม่ฮ่องสอน มีอาหารและกับข้าวที่ท่านอาจไม่เคยลิ้มรสจากที่ไหนมาก่อน มีสินค้าจากฝั่งพม่า วางเรียงรายอยู่ทั่วไป
         เป็นตลาดมีหลังคากันแดด มีของสดและของแห้ง ด้านในตลาดจะมีร้านโจ๊กที่อร่อยมากอยู่หนึ่งร้าน  ชื่อว่าโจ๊กเสวยใครมาแม่ฮองสอนก็จะมากินกันที่นี่ นอกจากโจ๊กก็มีต้มเลือดหมูกาแฟโบราณ ไข่ลวกครบสูตรของสภากาแฟยามเช้า ส่วนใหญ่คนที่มากินจะเป็นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ส่วนอื่นๆด้านหน้าตลาดก็จะมีชาวเขาขายผัก ขายของป่า อีกโซนนึงของตลาดเช้าจะเป็นโซนอาหารแบบชาวบ้านมากินกัน ที่โซนนี้เองที่หมูหินขอแนะนำ มาเที่ยวแม่ฮ่องสอนทั้งทีก็ต้องมากินอาหารแบบชาวเขาชาวไทยใหญ่ว่าอร่อยขนาดไหน
ร้านขายบะหมีแบบชาวไทยใหญ่แท้ๆ อยู่ภายในตลากเช้าโซนอาหารเดินจากถนนที่มอเตอร์ไซต์จอดเยอะๆเข้ามาจะมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าไป จะเห็นร้านขายอาหารเช้าพื้นบ้านสี่ห้าร้านเรียงกันอยู่ อาหารจะเป็นอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองกวน กรองและปล่อยให้เย็น ตามที่เห็นในถาดสีเหลืองรูปด้านบน หลังจากนั้นจะตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยมพอคำ นำไปทอด และนำไปประกอบกับบะหมี่แบบไทยใหญ่
 
  26. น้ำตกผาเสื่อ

               อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่วนอุทยานถ้ำปลา และวนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งขวา ท้องที่อำเภอเมืองและกิ่งอำเภอปางมะผ้า และด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน แนวเทือกเขาจะทอดยาวตามแนวเหนือใต้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ คือ ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ที่สวยงามเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป เหมาะสำหรับการไปพักผ่อนหย่อนใจอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ มีเนื้อที่ประมาณ 488 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 305,000 ไร่
                 ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่ามี 6 ชั้น ชั้นบนสุดอยู่ในป่าลึกเข้าไปใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง น้ำตกมีชื่อต่างๆ กันเช่น ผายาว ผาลาด ผาเสื่อ ผาตั้ง ผาฮ่อม ชั้นที่คนนิยมเที่ยวมากที่สุด คือ ผาเสื่อ น้ำจะไหลตกลงมากระทบแผ่นหินกระเด็นเป็นฝอยและสองข้างของน้ำตกมีแผ่นหินลักษณะคล้ายเสื่อปูลาดอยู่เป็นจำนวนมาก น้ำตกผาเสื่อนี้อยู่ห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร
 
  27. วัดหนองจองคำ

                                  วัดจองคำ วัดจองกลางอยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยช่างฝีมือชาวไทยใหญ่ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ที่แปลกและงดงามมาก หลังคาวัดเป็นรูปประสาท เพราะมีคติว่าปราสาทเป็นของสูง ผู้ที่ประทับอยู่ในปราสาทควรจะเป็นพระมหากษัตริย์ หรือตัวแทนพระศาสนา ในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระประธาน มีขนาดหน้าตักกว้าง 4.85 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยช่างฝีมือชาวพม่า เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ค้ายพระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) ที่วิหารวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลว

วัดจองกลาง ตั้งอยู่ข้างกับวัดจองคำ ในวิหารมีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลอง ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ และภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปคนและสัตว์ ฝีมือแกะสลักของช่างชาวพม่าซึ่งนำมาจากพม่าตั้งแต่ พ.ศ. 2400 เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 – 18.00 น.
นอกจากนี้มีภาพจิตรกรรมบนแผ่นกระจกเรื่องพระเวสสันดรชาดก และภาพพุทธประวัติ   ตลอดจนภาพแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นหลายภาพ มีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาพม่า และมีบันทึกบอกไว้ว่าเป็นฝีมือของช่างไทยใหญ่จากมัณฑะเลย์
  

  หนองจองคำหนองจองคำ เป็นสวนสาธารณะตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีน้ำตลอดปี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของชาวแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ที่นิยมไปถ่ายรูปและชื่นชมทัศนียภาพของวัดจองคำ และวัดจองกลางในมุมกว้าง และใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีที่สำคัญ ๆ ของจังหวัดด้วย
  บริเวณใกล้หนองจองคำ มีถนนคนเดินให้นักท่องเที่ยวไว้จับจ่ายซื้อของที่ระลึก
 

 




ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ 2
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงราย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในลำพูน
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในลำปาง
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพะเยา
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพิษณุโลก สุโขทัย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในตาก
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และภาคกลาง
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอิสาน
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพัทยา
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในภูเก็ต
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสมุย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงตุง
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในย่างกุ้ง อินเล พุกาม มัณฑะเลย์
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในลาว
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเสียมเรียบ
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในมาเลเซีย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในบาหลี
แผนที่นิมมาน
แผนที่ภาคเหนือ article
ปายฟ้า ปายฝัน
บ้านต้นไม้
ร้านอาหารจังหวัดเชียงใหม่ article
ปายบ้านไทย
บ้านสันติชล
บ้านชนเผ่า
Pai River Mountain Resort
บ้านสกุลพิชญ์
ริมน้ำกลางดอย รีสอร์ท
Phu Pai Art Resort
ริมจันทร์รีสอร์ท
ถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่
พระพุทธรูปยิ้มได้ วัดอุโมงค์เถระจันทร์ article
วัดพระธาตุดอยสุเทพ article
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ article
ปางช้างแม่สา article
กะเหรี่ยงคอยาว
พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง article
ชาวเขาเผ่าต่างๆ article
สันกำแพง article
สามเหลี่ยมทองคำ article
แม่สาย article
ดอยแม่สะลอง article
ดอยผ้าห่มปก article
ดอยอ่างขาง article
เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี article