bulletEnglish website
dot
ทัวร์ภาคเหนือ
dot
bulletทัวร์เชียงใหม่
bulletทัวร์เชียงราย
bulletทัวร์ปาย แม่ฮ่องสอน
bulletทัวร์ลำปาง
bulletทัวร์พะเยา
bulletทัวร์ตาก
dot
ทัวร์ภาคใต้
dot
bulletทัวร์ภูเก็ต กระบี่ พังงา
bulletทัวร์หัวหิน ชะอำ
dot
ทัวร์ตะวันออก
dot
bulletทัวร์ชลบุรี
dot
ทัวร์อิสาน
dot
bulletทัวร์เลย
dot
ทัวร์ต่างประเทศ
dot
bulletทัวร์ลาว
bulletทัวร์พม่า
bulletทัวร์จีน


เดสทินี่ ทราเวล เซอร์วิส


ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในลาว

 

1. เครื่องบินเวียงจัน – เชียงขวางการบินลาว

เป็นสนามบินเล็กๆที่น่ารักมากๆ การจะใช้เวลารอคอยขึ้นเครื่องคือเวลาแห่งความสุข  เริ่มตั้งแต่เช็คอิน บางครั้งเจ้าหน้าที่ไม่ว่าง เราอาจเห็นผู้หญิงแต่งกายแบบคนทำหน้าที่แม่บ้านแทน ทำหน้าที่คล่องแคล่วเสียด้วย บริเวณรอบๆสนามบินสงบเงียบท่ามกลางธรรมชาติของทุ่งโล่งภูเขา เห็นแม่ไก่พาลูกน้อยมาทำมาหากินในบริเวณสนามบินอย่างมีความสุข
ต้องการเทียวลาว  www.destinythai.com  www.destinythailand.com
 
2. บ้านท่าเรือ

เป็นหมูบ้านประมงที่ชาวบ้านทำมาหากินกับการจ้บปลาในแม่น้ำงึม ผูชายออกเรือแต่เช้ามืดเพือไปหาปลา ผูหญิงรอทำปลาเพือนำไปบริโภคและจำหน่ายชัชีวิตอย่างพอเพียง หมู่บ้านนี้เป็นจุดท่องเที่ยวที่ผู้คนต้องแวะซื้อหาปลาเป็นของฝาก
 
3. ถ้ำจัง

          เดินทะลุจากรีสอร์ทข้ามสะพานสีส้มสะดุดตาไปยังอีกฝากของแม่น้ำ บริเวณสะพานส้มนั้นจะมีร้านค้าของชาวบ้านมาตั้งขาย น้ำผึ้งป่า สารพัดผึ้งและของกินเล้กๆน้อยๆด้วย พอเดินเข้าไปอีกนิดก็จะเจอร้านค้าที่มีอาหารขาย ซื้อน้ำได้ที่ร้านนี้ เดินต่อเข้าไปอีกหน่อยครับก้จะถึงแแล้ว เป็นที่ตั้งของทางขึ้นถ้ำจัง บันไดทำเป็นทางขึ้นสูงทีเดียว ขึ้นมาถึงด้านบนก็มาเห็นคำว่า "บันได 147ขั้น" หน้าปากถ้ำสามารถมองเห็นวิวเมืองวังเวียงได้สวยงามครับ เห็นลำน้ำซองไหลผ่าน คำว่า "จัง" ในที่นี้เขาบอกว่าหมายถึง หนาวเย็นจนตัวสั่นอาการ"จัง" นั้นเอง ความหมายอีกอย่างหนึ่งด้วยคือ ในสมัยศตวรรษที่19 ถ้ำนี้ถูกใช้เพื่อเป็นที่หลบซ้อนการปล้นสะดมของชาวจีนฮ่อ คำว่า "จัง" ในที่นี่จึงมีความหมายว่า "อดทน" กลายเป็นชื่อถ้ำ  ตลอดทางเดิน จะมีแสงไฟเปิดให้ความสว่างตลอดทาง ไปไม่ไกลก็จะเป็นทางออกไปที่หน้าผาอีกฝาก ซึ่งไม่มีทางลง เป็นจุดชมวิวที่สวยจุดหนึ่ง จากนั้นจึงเดินกลับเพื่อออกทางเดิม
 
4. ตลาดเซ้า

               แม่ค้าขายผักสด เป็ดไก่ บรรยากาศสบายๆ
การซื้อสินค้าที่นี่รับเงินกีบ หากเป็นเงินย่อยเช่นแบงค์20ของไทยแม่ค้าจะไม่รับเพราะเเลกยาก หากรับก็เป็นแบงค์ใหญ่ไปเลย การมาเดินตลาดเช้าควรเตรียมเงินกีบให้พร้อม มีพระบิณฑบาตรยามเช้าผ่านตลาด พวกเราชาวพุทธร่วมทำบุญตักบาตรกับชาวลาวก็จะได้กุศลแรง
 
5. วัดเซียงทอง

            เป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในหลวงพระบาง สร้างในระหว่าง พ.ศ. 2102-2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้าง และ ล้านนา ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงมายังนครหลวงเวียงจันทน์ไนานนัก วัดนี้ถือว่าเป็น
“วัดประตูเมือง” และยังเป็นท่าเทียบเรือด้านเหนือ สำหรับการเสด็จประพาสทางชมมารถ ของกษัตริย์หลวงพระบาง วัดเชียงทองจึงได้รับการอุปถัมภ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะ ในสมัยเจ้ามหาชีวิต ศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สอง พระองค์สุดท้ายของลาวด้วย นอกจากนี้วัดเชียงทองยังเป็นวัดหนึ่งที่รอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่ เผาผลาญเมือง ในปี พ.ศ.2430 สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ซุ้มประตูโขง พระธาตุ พุทธสีมา หอไหว้น้อย หอไหว้สีกุหลาบ หอไหว้หลังสิม หอกลอง หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
ในบรรดาวัดทั้งหลายในหลวงพระบาง สิมของวัดเชียงทองได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามและได้รับการกล่าวขานมากที่สุด เปรียบประดุจอัญมณีแห่งงานสถาปัตยกรรมลาว สิมของวัดนี้ถือว่าเป็นแบบหลวงพระบางแท้ สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน มีโครงสร้างที่ไม่สูงนักตามแบบฉบับหลวงพระบาง งดงามด้วย สัดส่วนและการประดับตกแต่ง สิ่งที่เด่นมากคือ หลังคาซ้อน 3 ตับซึ่งดัดอ่อนโค้งและลาดต่ำลงมามาก ทั้งนี้เพื่อป้องกันฝนสาด บนกลางสันหลังคามีการทำ “ช่อฟ้า” รูปเขาพระสุเมรุและทิวเขาสัตบริภัณฑ์ที่ล้อมรอบ 7 ชั้น รองรับด้วยปลาอานนท์ อันเป็นรูปการ เช่นเดียวกับที่ปรากฎ ใน จิตรกรรมของล้านนา และอยุธยา หน้าบันแกะสลักเป็นรูปดอกตาเว็นหรือลายดวงอาทิตย์ ที่ดูคล้าย ลายดอกจอกของไทยเมื่อเดินขึ้นบนสิมจะพบกับมุขโถงด้านหน้ากว้าง ใช้สำหรับเป็นที่วางเครื่องบวช และ ที่นั่งของศรัทธา ที่มาทำบุญบางครั้งเมือมีแขกคนสำคัญมาเยือนจะใช้เป็นที่ทำพิธีผูกขวัญข้อมืออีกด้วย ผนังด้านนอกทิศเหนือทางแม่น้ำโขงมีเศียรช้างชูงวงประดับกระจก ใช้เป็นช่อง ให้น้ำพระพุทธมนต์ที่ รดผ่านรางรดสรงมายังพระพุทธรูปในสิม ไหลผ่านท่อที่ฝังไว้และไปออกที่เศียรช้าง เพื่อให้ประชาชนนำ น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ไปประพรมร่างกายเพื่อความเป็นศิริมงคลในวันสงกรานต์สิมแห่งนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2471 บนผนังทั้งด้านนอกและด้านในประดับด้วยลายรดน้ำปิดทองบนพื้นสีดำ เรียกลายฟอกคำ ด้านนอกได้แก่เรื่องท้าวสีสุทน (พระสุธน-มโนราห์) และเรื่องท้าวสุดตะโสม ส่วนด้านในเป็นเรื่อง พระยาจันทะพานิช สถิตสุวันนะพูม พ่อค้าขายหมากพลูจากเวียงจันทน์ที่เดินเรือมา และประชาชน ได้เลือก ให้มาเป็น กษัตริย์เมืองหลวงพระบาง และเรื่องพระเจ้าสิบชาติกเว้นวฝาผนังด้านทิศตะวันตก ที่ยังคงรักษาร่องรอย ดั้งเดิมที่ประดับลาย ทองบนพื้นสีแดง ส่วนด้านหลังสิม ตกแต่ง ด้วยภาพประดับ กระจกที่ติดเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำมาประติดปะต่อกันเป็นภาพรูปต้นทองซึ้งเป็นความเชื่อ ดั้งเดิม เรื่องการสร้าง เมืองเชียงดง-เชียงทอง ทีมีฤาษี 2 องค์ได้มาปักหมายเขตแดนที่จะเป็นที่ตั้งของเมือง ในอนคตใกล้กับ ต้น ทองด้านบนเป็น ภาพพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากดาวดึงส์ และนิทานพื้นบ้านงดงามทคนิคการประดับ กระจกเช่นนี้ยังพบได้ที่ในท้องพระโรง ของ พระราชวัง เจ้าชีวิตลาว ภาพประดับกระจกนี้ดูงดงามเมื่อต้องแสงจึงเป็นมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากหอไหว้น้อย ตั้งอยู่ด้านหน้าของสิม เป็นหอ ไหว้ขนาดเล็กที่มีหลังคารูปด้วยใบโพธิ์ตัดครึ่ง อันเป็นรูปแบบของลาวดั้งเดิม ซึ่งประดับกระจกสีงดงามายในประดิษฐาน
พระพุทธ รูปหลาย องค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้พระราชทานให้แก่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ หอไหว้สีกุหลาบ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของสิมเป็น หอไหว้เก่าแก่ ที่ได้รับการ บูรณะ ครั้งใหญ่โดยท้าวคำม้าว เมื่อ พ.ศ.2500 เพื่อ เป็นการฉลอง 25 พุทธศตวรรษของพระพุทธศาสนาจึงมีการประดับด้วยกระจกตัดเป็นภาพ เล่าเรื่องต่าง ๆ เช่นเรื่องท้าวเสียวสวาด ซึ่งเป็นวรรณกรรมชั้นเอกของลาว ภายในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์สำริด อายุกว่า 400 ปี สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ใน
ปี พ.ศ. 2112 ฝรั่งเศสเคยอัญเชิญ พระพุทธรูป องค์นี้ไปแสดงไว้ที่กรุงปารีสและเจ้าสุวรรณภูมาทรงขอกลับคืนมาประดิษฐานเมื่อ 70 ปีที่แล้ว และที่ดูแปลกตาคือช่องบรรจุ พระพุทธรูปขนาดเล็ก จำนวนนับพันองค์
 
6. น้ำงึม

              สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2515 มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ กักเก็บน้ำในลำน้ำงึมเอาไว้ เขื่อนน้ำงึมแห่งนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณที่มากพอสำหรับใช้ในนครเวียงจันทน์ และยังมีเหลือพอส่งออกมาขายทางฝั่งไทย มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่หลายร้อยเกาะ มีร้านจำหน่ายอาหารที่นำปลาสดๆ ที่จับได้ในอ่างเก็บน้ำมาปรุงเป็นอาหาร ทั้งปลาเผา ลาบปลา และต้มปลา ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในราคาที่ย่อมเยา
 
7. ประตูซัย

            ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย แบบศิลปะที่รับอิทธิพลจากอินเดีย และล้านช้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองเวียงจันทร์ ด้านบนยอดของประตูชัยอีกด้วย ตอนกลางคืนจะประดับตกแต่งไฟสวยงามพร้อมน้ำพุเต้นระบำ
 
8. ทุ่งไหหิน

มีการค้นพบทุ่งไหหินเบื้องต้นในช่วง ค.ศ. 1930 ซึ่งกล่าวถึงไหหินที่สัมพันธ์กับพิธีกรรมเกี่ยวกับงานศพในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากนั้นได้มีการขุดค้นโดยนักโบราณคดีชาวลาวและชาวญี่ปุ่น และมีการค้นพบวัตถุเกี่ยวกับงานศพและเครื่องเคลือบรอบๆ ไหหิน วัตถุเหล่านั้นถูกกำหนดให้อยู่ในช่วงสมัยยุคเหล็ก (Iron Age) และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในการศึกษายุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แหล่งโบราณคดีทุ่งไหหินบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้นและโครงสร้างหินใหญ่ ที่อยู่ในชุมชนยุคเหล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รัฐบาลลาวกำลังผลักดันให้องค์การยูเนสโกจดทะเบียน ทุ่งไหหิน (Plain of jar) ในแขวงเซียงขวางเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งหนึ่งเคียงคูกับเมืองหลวงพระบาง แขวงเซียงขวางเป็นพื้นที่ทางโบราณคดีสำคัญของลาว เพราะมีพื้นที่ราบหลายแห่งเต็มไปด้วยไหหินอายุระหว่าง 2,500 - 3,000 ปี จำนวนหลายพันชิ้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ และมีขนาดใหญ่โต
มีข้อสันนิษฐานกำเนิดทุ่งไหหิน 3 ประการ คือ
1.    ตัดมาจากหินก้อนใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งทำไว้เพื่อบรรจุคนตายในสมัยก่อน เมื่อพันปีมาแล้ว (ก่อนประวัติศาสตร์ยุคเหล็ก 3,000-4,000 ปี) ตามความเชื่อของคนในสมัยนั้นที่ว่า สถานที่ฝังศพคนตายต้องรักษาไว้ในที่สูง เพื่อหลีกเว้นการเซาะพังทลายจากน้ำต่างๆ ดังนั้นจึงเห็นไหหินอยู่ในสถานที่เป็นเนินสูง
2.    เป็นไหเหล้าของนักรบโบราณ คือตามตำนานกล่าวไว้ว่าระหว่างศตวรรษที่ 8 นักรบผู้กล้าหาญของลาวผู้หนึ่ง ชื่อว่าท้าวขุนเจือง ได้ยกกำลังพลไปทำสงครามแล้วก็ได้ชัยชนะอยู่ที่เชียงขวาง หลังจากได้รับชัยชนะแล้ว ก็ได้ทำการฉลองชัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือน ไหที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นไหเหล้าสำหรับเลี้ยงไพร่พลในการฉลองชัยชนะของท้าวขุนเจือง ในคราวนั้น ดังนั้นคนลาวทั่วไปมักเรียกว่า “ไหเหล้าเจือง”
3.    เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นเดียวกับสโตนเฮนจ์ ประเทศอังกฤษ ที่คล้ายคลึงกันคือเป็นหินตั้งกลางแจ้งเช่นเดียวกับทุ่งไหหินที่เชียงขวางนี้แต่มีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม
 
9. ขันโตกลาว

   รัปประทานอาหารมื้อเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของลาว ไทย จีน ทีแสนอร่อย   ชมการแสดงนาฏศิลปและวิถีชีวิตลาวที่อ่อนหวานน่ารักน่าสนใจประทับใจไม่รู้ลืม
 
10. พระธาตุหลวง

             สร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างเมืองนครเวียงจันทน์ หลังจากก่อสร้างพระธาตุพนมแล้ว ผู้สร้างคือ บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย โดยก่อเป็นอุโมงค์หินคร่อมไว้ อุโมงค์นั้นกว้างด้านละ 5 วา ผนังหนา 2 วา และสูงได้ 4 วา 3 ศอก เมื่อได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว พระเจ้าจันทบุรี จึงได้มีพระราชดำรัสให้เสนาอำมาตย์สร้างวิหารขึ้นในเมืองจันทบุรีหรือนคร เวียงจันทน์ 5 หลัง เพื่อให้เป็นที่อยู่จำพรรษาของ พระอรหันต์ทั้ง 5 องค์นั้นด้วย ตามตำนานดังกล่าวระบุศักราชการสร้างว่าอยู่ในช่วง พ.ศ. 238
ปี พ.ศ. 2109 หลังจาก พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านช้าง ได้ทรงย้ายราชธานีเมืองเชียงทองหลวงพระบาง ลงมายังนครเวียงจันทน์ได้ 6 ปีแล้ว พระองค์จึงได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ ในเขตพระราชอุทยานทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเวียงจันทน์ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่าที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อสร้างพระธาตุหลวงเสร็จแล้ว จึงทรงขนานนามพระธาตุนี้ว่า “พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี” หรือ “พระธาตุใหญ่” (แต่คนส่วนมากมักเรียกว่า “พระธาตุหลวง”)
 
11. ธาตุหมากโม วัดวิสุนราช

          สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ สร้างโดยพระเจ้าวิชุนราชในปีพ.ศ. 2057 และตั้งชื่อวัดตามพระนามของพระองค์เอง นสมัยฮ่อบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง วัดวิชุนถูกพวกฮ่อเผาทำลาย จนรัชสมัยพระเจ้าสักกะรินจึงได้บูรณะวัดนี้ขึ้นใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2457 โดยมี อองรี มาร์แซล นายช่างฝรั่งเศสผู้เคยบูรณะนครวัดเป็นแม่งาน เนื่องจากที่นี่เคยเป็นหอพิพิธภัณฑ์มาก่อนที่จะย้ายหอพิพิธภัณฑ์ไปที่ พระราชวังเดิม ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  พระธาตุหมากโม (หมากโม หมายถึง แตงโม) เป็นเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัว แต่ชาวลาวทั่วไปเรียกว่า พระธาตุหมากโม เนื่องจากเห็นว่ามีรูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่งหรือทรงโอคว่ำ คล้ายสถูปฟองน้ำที่สาญจี ประเทศอินเดีย ยอดพระธาตุมีลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย บริเวณมุมฐานชั้นกลางและชั้นบนมีเจดย์ทิศทรงดอกบัวตูมทั้งสี่มุม พระนางพันตีนเชียง มเหสีของพระเจ้าวิชุนราช ซึ่งเป็นชาวพวนเมืองเชียงขวาง โปรดให้สร้างพระธาตุหมากโมขึ้นในปี พ.ศ.2057 ในอดีตพระธาตุหมากโมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ แต่ต่อมาได้มีการย้ายไปประดิษฐานที่หอพระบาง ซึ่งพระธาตุหมากโมเคยถูกปฏิสังขรณ์มาแล้ว 2 ครั้ง ในปีพ.ศ.2402 รัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตสักรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ อีก 19 ปีต่อมา ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์มีการปฎิสังขรอีกครั้ง ซึ่งการบูรณะครั้งนี้พบโบราณวัตถุมากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่แกะสลักจากแก้วซึ่งคล้ายกับพระแก้วมรกต โบราณวัตถุเหล่านี้ได้นำถวายเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และได้เก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงพระบางจวบจนปัจจุบัน
 
12. เส้นทางจากเวียงจันไปวังเวียง

                  ระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเป็นภูเขาส่วนมาก ผ่านเมืองกาสี เมืองพูคูน และเมืองกิ่วกระจำ สภาพเส้นทางเริ่มคดโค้งขึ้นเรื่อยๆ และภูเขาก็มากขึ้นตามลำดับ ผ่านเมืองพูคูนเป็นเมืองทางแยกไปเมืองเชียงขวาง อีก 100 กว่ากิโล ตามเส้นทางเลาะภูเขา ใช้เวลาเดินทางก็อีกประมาณ 3 ชั่วโมง ผ่านเมืองกิ่วกระจำเป็นเมืองที่สอยู่สูงที่สุดของประเทศลาว ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามครับ มีผ่านหมู่บ้านชนเผ่า ลาวเทิง ลาวสูง สภาพเส้นทางคดโค้งแต่สวยงามเพลิดเพลินไม่เบื่อหน่าย
 
13. วัดใหม่

          วัดใหม่สุวรรณภูมารามหรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกกันสั้นๆว่า "วัดใหม่" เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาวและยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบางในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตสักรินฤทธิ์ จนกระทั่งถึงปีพ.ศ. 2437 จึงได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวังจวบจนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นถึงความแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือตัวอุโบสถ(สิม) ลักษณะจะเป็นอาคารทรงโรง หลังคามีขนาดใหญ่ มีชายคาปกคลุมทั้งสี่ด้านสองระดับต่อเนื่องกัน ด้านข้างมีฐานยื่นออกมารับกับชายคาที่ทอดยาวลงเกือบดินพื้นดิน บนยอดหลังคาเป็นหน้าจั่วขนาดใหญ่โดยมีหลังคาเล็กๆ ซ้อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง ตรงกลางของหลังคาเล็กประดับช่อฟ้า ด้านหลังมีหอขวางสร้างขึ้นติดกัน เชื่อว่ามาต่อเติมในภายหลัง ที่ระเบียงด้านหน้ามีอาคารคล้ายศาลาขวางครอบอยู่ มีหลังคาติดกับหลังคาอุโบสถ ที่เสาลงรักปิดทองอย่างสวยงาม ผนังด้านหน้าพระอุโบสถตกแต่งด้วยภาพลงรักปิดทองดูเหลืองอร่ามงามตายาวตลอดผนัง เล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก โดยฝีมือช่างหลวงประจำรัชกาลเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ด้านล่างเป็นรูปสัตว์ชนิดต่างๆ มีรูปช้างน้ำอยู่ด้านล่างขวาของภาพ ส่วนบานประตูแกะสลักเป็นรูปเทวดาศิลปะแบบเชียงขวาง
 
ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปนับหมื่นนับแสนองค์บนผนังสีแดง คล้ายกับที่เคยพบเห็นในวัดบางแห่งของจังหวัดเชียงใหม่ ตรงกลางเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง มีพระพักตร์ที่งดงาม จัดเป็นกลุ่มพระพุทธรูปหลวงพระบางแบบหนึ่ง ตรงข้ามด้านหน้าพระอุโบสถมีอาคารก่ออิฐถือปูนหลังเล็กๆ 2 หลังขนาดต่างกัน ชาวลาวเรียกว่า "อูบมุง" ขนาบข้างพระธาตุทรงดอกบัวสี่เหลี่ยม อูบมุงหลังใหญ๋หันหน้ามาทางพระอุโบสถ ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดค่อนข้างใหญ่ประดิษฐานอยู่ ส่วนอูบมุงหลังเล็กหันหน้าออกถนน บริเวณภายในวัดใหม่มีการจัดวางผังอาคารกลุ่มพุทธวาสและสังฆาวาสแยกออกเป็นสัดส่วน มีแนวต้นไม้เล็กๆคั่นอยู่
ในช่วงปีใหม่ลาว (เดือนเมษายนของทุกปี) ทางการได้มีการอัญเชิญ "พระบาง" ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบางมาไว้ที่ลานด้านหน้าของวัดใหม่แห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำอีกด้วย
 
14. วัดพูสี

          ไม่ว่าท่านจะยืนอยู่ณ. จุดใดๆในเมืองหลวงพระบางก็สามารถมองเห็นประกายสีทองอร่ามขององค์พระธาตุ เมื่อยามต้องแสงแดดได้อย่างชัดเจน ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมปิดทองทั้งองค์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูง 21 เมตรและหากคุณต้องการมาชมพระธาตุจอมสี ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดควรเป็นช่วงตอนบ่ายแก่ๆ (ประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป) เพราะแสงแดดจะสาดส่ององค์พระธาตุให้เป็นสีทองสุกปลั่ง การจะขึ้นไปยังพระธาตุจอมสีนั้นสามารถเดินขึ้นได้ 2 ทาง คือทางด้านหน้าถนนหน้าพระราชวังและทางด้านหลังติดกับแม่น้ำคาน แต่ทางด้านหน้าจะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากกว่า  มีทางเดินเป็นขั้นบันไดคดเคี้ยวสูง 328 ขั้น
ดังนั้นท่านที่ต้องการขึ้นไปชมควรมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและควรหาซื้อน้ำดื่มขวดเล็กๆ ซึ่งจะมีขายอยู่บริเวณตรงทางขึ้นด้านหน้าถนนหน้าพระราชวังติดตัวไปด้วยเพราะเมื่อเดินขึ้นไปถึงด้านบนจะไม่มีจำหน่าย
รอบๆพระธาตุมีทางเดินคล้ายระเบียง มีรั้วเตี้ยๆกั้นให้เดินได้โดยรอบ จากจุดนี้สามารถชมวิวทิวทัศน์ตัวเมืองหลวงพระบางได้เกือบรอบ มองเห็นสนามบินได้อย่างชัดเจนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทางทิศตะวันตกมองเห็นสายน้ำโขงช่วงที่คดเคี้ยวหายเข้าไปในหุบเขาและมองเห็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ริมน้ำโขงได้ด้วย ยามเย็นจากยอดภูสียังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากนานาชาติที่มารวมตัวกัน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337
 
15. ตลาดเซียงขวาง

          โพนสะหวัน/โพนสวรรค์ (Phonsavan) เป็นเมืองสร้างใหม่แทนเมืองเซียงขวางเดิมที่ถูกระเบิดเสียหายและทางการลาวไม่ต้องการฟื้นฟู จึงได้ย้ายหน่วยงานราชการมาตั้งเมืองใหม่ที่เขตเมืองโนนสุขหรือเมืองแปก เปลี่ยนชื่อเป็นบ้านโพนสะหวันเมื่อ พ.ศ.2510 ในตัวเมืองมีถนนตัดเป็นตาราง บางส่วนราดยางแล้วบางส่วนยังเป็นลูกรังอาคารบ้านเรือนบนถนนสายหลักเป็นอาคารตึก 2 ชั้น ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนจากระเบิดใจกลางเมืองมีตลาดตั้งอยู่สองฟากถนน ฝั่งหนึ่งเป็นตลาดสด อีกฝั่ง เรียกว่า ตลาดแห้ง ขายสินค้าหลากชนิด ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากจีนและเวียดนาม

ด้านหลังตลาดเป็นบริเวณขายเป็ดไก่ สัตว์ป่า ปลา เนื้อบรรยากาศยามเช้า หนาวเย็น สงบเงียบ ตลาดเช้าเมืองโพนสะหวัน ดูสงบเงียบไม่จอแจ แม่ค้าขายผักสด เป็ดไก่คึกคักพอสมควร
 
16. เมืองคูน

         เมืองคูนเป็นเมืองเอกของแขวงเซียงขวาง เมืองนี้มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาว“ไท(ลาว)พวน”ที่อพยพมาจากทางตอนใต้ของจีนเมื่อราว 2 พันปีที่แล้ว
      
         ช่วงสงครามเวียดนามเมืองคูนถูกอเมริกันนำระเบิดมาทิ้ง(คนลาวเรียกว่า“ทิ่ม”)อย่างหนัก ผู้คนล้มตายมากมาย บ้านเรือนเสียหายยับเยิน จนหลังสงครามทางการลาวต้องย้ายหน่วยราชการมาตั้งเมืองเอกแห่งใหม่ที่เมือง“โพนสะหวัน”ที่อยู่ห่างเมืองคูนราว 30 กม.(เดิมโพนสะหวันชื่อเมือง“แปก” แปลว่า“ต้นสน”ซึ่งมีมากในเมืองนี้เพราะมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี)
      
         อย่างไรก็ตามเมืองคูนในวันนี้ยังไม่ถูกลืม เพราะความเป็นเมืองเอกในอดีตผสมกับความเป็นเมืองพวน ทำให้เมืองคูนเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว เมืองนี้มีจุดสนใจสำคัญอยู่ที่“วัดเพีย” (เพียแปลว่าขุนนาง)วัดเก่าแก่อายุนับร้อยปี ในวัดเพียมีซากโบสถ์โบราณที่ถูกมะกันบอมบ์ถล่มเหลือเพียงพื้น เสา และพระพุทธรูปองค์ใหญ่
“ดินแดนแห่งความหนาว”ที่พอเดินทางเข้าเขตเซียงขวงผมสัมผัสได้ถึงไอแห่งความหนาวเย็นทันที เพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล เฉลี่ยเกิน 1,000 เมตร สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน
      
         เทือกเขาหลายแนวคือความแปลกตาในระดับอันซีนสำหรับผม เพราะเป็นภูเขาหญ้าเขียวชอุ่ม(ช่วงที่ไปเป็นปลายฝน)สวยงาม แปลกตา ชวนให้นึกถึงภูเขาหญ้าเมืองระนองที่เป็นอันซีนในบ้านเรา แต่ภูเขาหญ้าที่นี่มีขนาดใหญ่และจำนวนเยอะกว่าบ้านเราอยู่มากโขเห็นเป็นแนวกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าวันฟ้าใสจะเห็นสายหมอกขาวลอยอ้อยอิ่ง ยามสาย-ยามเย็นในเทือกเขาบางช่วงบางตอนจะมีชาวบ้านนำวัว-ควายออกหากินหญ้า ดูประหนึ่งฟาร์มปศุสัตว์ในเมืองฝรั่ง ด้วยบรรยากาศแบบนี้ ชาวลาวหลายคนจึงตั้งฉายาใหม่ให้เซียงขวงเพื่อเป็นกิมมิกทางการท่องเที่ยวว่า“นิวซีแลนด์แดนลาว”
      
        ในขณะที่เพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งก็ตั้งฉายาของเมืองนี้อย่างเก๋ไก๋ว่าเป็น“นิวซีลาว” ที่ไม่แน่ว่านี่อาจจะกลายเป็นฉายาใหม่ทางการท่องเที่ยวของเมืองนี้ในอนาคตก็ได้
 
17. ทอผ้าไหมลาว

           เป็นผ้าไหมเนื้อขนาดกลาง เนื้อหนากว่าไหมน้อย แต่เนื้อแข็งและหยาบกว่าไหมน้อยมาก ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ผ้าไหมลาวมากกว่าผ้าไหมน้อย เพราะตัดเสื้อผ้าให้สวยงามกว่าไม่นิ่มเหมือนไหมน้อย เพราะเนื้อผ้ามีความแข็งอยู่ตัวกว่า
 
18. น้ำตกตาดกวางสี
              
เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตกและสามารถเลาะข้างน้ำตกไปชมน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้ นอกจากจะชื่นชมความงามของน้ำตกแล้ว ยังหาซื้อของที่ระลึกที่ทางเข้าน้ำตก ซึ่งเป็นสินค้าพื้นเมืองที่ทำจากไม่ไผ่เป็นของใช้หลายชนิด และมีร้านอาหารตามสั่งให้บริการอยู่หลายร้าน น้ำตกกวางชีมีน้ำตลอดปี ในฤดูร้อนน้ำจะน้อย
 
19. ถ้ำติ่ง

         เป็นลักษณะถ้ำริมหน้าผา อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านปากอู อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 30 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 13 ทางเหนือของหลวงพระบาง ผ่านหมู่บ้านช่างไห จนถึงหมู่บ้านปากอู แล้วต่อเรือเพื่อข้ามฝากแม่น้ำโขงไปเที่ยวถ้ำติ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้เลย มีพระไม้จำนวนมากวางอยู่เต็มถ้ำเลยครับ ตัวถ้ำมีความสูงประมาณ  60 เมตรจากพื้นน้ำ มีลักษณะเป็นโพรงถ้ำตื้นๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กน้อย ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้และเป็นพระยืน แต่ก็มีปางอื่นๆอยู่บ้าง แต่ล่ะองคืก็มีความสวยงามเก่าแก่แตกต่างกันไป ในสมัยโบราณถ้ำติ่ง เป็นที่สักการะบ่วงสรวงดวงวิญญาณ ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ของคนแถวนั้น จึงมีการนำพระพุทธรูปมาวางไว้เป็นจำนวนมาก
 

 




ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ 2
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงราย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในลำพูน
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในลำปาง
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในปาย แม่ฮ่องสอน
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพะเยา
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพิษณุโลก สุโขทัย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในตาก
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และภาคกลาง
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอิสาน
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพัทยา
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในภูเก็ต
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสมุย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงตุง
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในย่างกุ้ง อินเล พุกาม มัณฑะเลย์
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเสียมเรียบ
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในมาเลเซีย
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในบาหลี
แผนที่นิมมาน
แผนที่ภาคเหนือ article
ปายฟ้า ปายฝัน
บ้านต้นไม้
ร้านอาหารจังหวัดเชียงใหม่ article
ปายบ้านไทย
บ้านสันติชล
บ้านชนเผ่า
Pai River Mountain Resort
บ้านสกุลพิชญ์
ริมน้ำกลางดอย รีสอร์ท
Phu Pai Art Resort
ริมจันทร์รีสอร์ท
ถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่
พระพุทธรูปยิ้มได้ วัดอุโมงค์เถระจันทร์ article
วัดพระธาตุดอยสุเทพ article
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ article
ปางช้างแม่สา article
กะเหรี่ยงคอยาว
พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง article
ชาวเขาเผ่าต่างๆ article
สันกำแพง article
สามเหลี่ยมทองคำ article
แม่สาย article
ดอยแม่สะลอง article
ดอยผ้าห่มปก article
ดอยอ่างขาง article
เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี article